จับตาการเมืองมะกันชะงัก เดโมแครตลุยจำกัดอำนาจปธน. แวนซ์ฟาดทรัมป์ ศึกอิหร่านทำพ่าย
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาล่าสุด ณ เวลา 13.00 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาในไทย พรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งในสภาล่างไปได้ 240 ที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 30 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ไป 147 ที่นั่ง ส่วนสภาสูง เดโมแครตได้เพิ่ม 7 ที่นั่ง รวมเป็น 54 เก้าอี้ ส่วนรีพับลิกันอยู่ที่ 44 ที่นั่ง แม้จะยังนับคะแนนไม่หมด แต่พรรคเดโมแครตก็สามารถคว้าชัยชนะในทั้งสองสภาเหนือพรรครีพับลิกันไปได้เป็นที่เรียบร้อย
การแข่งขันชิงที่นั่งวุฒิสมาชิกในรัฐอะแลสกาและมิสซิสซิปปียังไม่มีการประกาศผู้ชนะ ณ ช่วงเช้าวันพุธ ตามเวลาในสหรัฐ ทำให้ยังมีความเป็นไปได้ที่เสียงข้างมากของพรรคเดโมแครตจะเพิ่มขึ้นอีก 2 ที่นั่ง เป็น 56 ต่อ 44 เสียง
พรรคเดโมแครตประกาศเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมว่า จะใช้ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งกลางเทอมเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางการเมืองในกรุงวอชิงตันตลอด 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นวาระการดำตำแหน่งที่เหลืออยู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรจากนิวยอร์ก ซึ่งกำลังจะกลายเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรผิวดำคนแรก กล่าวว่า พรรคเดโมแครตซึ่งกำลังจะเข้ามาเป็นเสียงข้างมาก จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าครองชีพของประชาชนและการตรวจสอบให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
“เราไม่ได้ทำงานให้โดนัลด์ ทรัมป์ เราทำงานให้ประชาชนชาวอเมริกัน และยุคที่สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เสมือนบริษัทลูกที่รัฐบาลทรัมป์เป็นเจ้าของทั้งหมดได้สิ้นสุดลงแล้ว” เจฟฟรีส์ระบุ
ด้านโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ซึ่งกลายเป็นนักการเมืองคนสำคัญระดับชาติของพรรคเดโมแครต นับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเมื่อหนึ่งปีก่อน เผยแพร่วิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้พรรคแก้ไขข้อกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กำลังแบกรับภาระจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น และต้องการให้มีการพัฒนาโรงเรียนและถนน
“การชนะการเลือกตั้งและได้อำนาจมาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เราต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราในพรรคเดโมแครตจะต้องทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” มัมดานีระบุ
กระแสความไม่พอใจต่อนโยบายของทรัมป์ โดยเฉพาะบทบาทของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ช่วยให้พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งวุฒิสภา โดยสามารถพลิกที่นั่งในรัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกัน
สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะทำให้กลายเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันและเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2017-2021 ต้องเผชิญกับสภาคองเกรสที่พรรคเดโมแครตมีอำนาจควบคุมด้วยเสียงข้างมากทั้งสองสภา
ขณะที่ทรัมป์ใช้การปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกหลังการเลือกตั้งเพื่ออวดห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างภายในทำเนียบขาว ทรัมป์ได้เรียกผู้สื่อข่าวมาพบหลังความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม เพื่ออวดห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่เขากำลังก่อสร้างภายในทำเนียบขาว
ทรัมป์กล่าวว่า “เวลาที่ผมถูกวิจารณ์ เช่น มีคนถามว่า ‘ทำไมคุณถึงกำลังทำงานปรับปรุงทำเนียบขาว?’ ผมทำสิ่งนี้เพราะทำเนียบขาวเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของอเมริกา และมันต้องไร้ที่ติ ต้องสมบูรณ์แบบ สำหรับผมแล้ว มันเป็นการผ่อนคลาย”
ตลอดการปรากฏตัวต่อดังกล่าวเกือบหนึ่งชั่วโมง ทรัมป์กล่าวถึงผลการเลือกตั้งเพียงช่วงสั้นๆ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมอาจจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตได้ดี เว้นแต่ว่าพวกเขาต้องการทำลายทุกอย่าง แต่ผมก็มีอำนาจยับยั้งกฎหมาย”
ทรัมป์เคยกล่าวว่าการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้เป็นการลงประชามติต่อผลงานครึ่งแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ซึ่งมีวาระ 4 ปีของเขา โดยเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ฐานเสียงพรรครีพับลิกัน “ทำเหมือนว่าผมเป็นผู้สมัครที่อยู่ในบัตรเลือกตั้งด้วย”
ผลที่เกิดขึ้นคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ฐานเสียงอนุรักษนิยม ซึ่งเพิ่งช่วยผลักดันให้ทรัมป์กลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เมื่อเพียง 2 ปีก่อน หันไปสนับสนุนพรรคเดโมแครตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสงครามกับอิหร่านที่ไม่เป็นที่นิยม ความวิตกกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูง และความโกรธแค้นต่อการบริหารประเทศของทรัมป์
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังทำให้โครงสร้างผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรเปลี่ยนแปลงไป โดยไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศว่าจะไม่ดำรงตำแหน่งผู้นำสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรต่อไปในปีหน้า
ขณะที่ทรัมป์ ซึ่งรัฐธรรมนูญสหรัฐห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ยอมรับว่าสงครามกับอิหร่านมีส่วนทำให้พรรคของเขาพ่ายแพ้ แต่ยังคงยืนยันว่าการตัดสินใจเข้าสู่สงครามเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งอาจลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจากทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2028 กล่าวโทษการตัดสินใจของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์อย่างหนัก
แวนซ์เขียนในข้อความที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เหตุผลที่เราพ่ายแพ้คือสงคราม ประธานาธิบดีเองก็พูดเช่นนั้นเมื่อคืนนี้ ถ้าคุณอยากจะโต้แย้งว่ามันคุ้มค่า ว่าการเสียวุฒิสภาไป 6 ปีข้างหน้าคุ้มค่า ก็เชิญโต้แย้งได้เลย โต้แย้งไปเลยว่ามันเป็นราคาที่คุ้มค่าที่จะจ่าย”



