‘เฮกเซธ’ เมินกระแสข่าวถูกปลดจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม อัดคลิปโชว์ผลงาน ป้องสงครามอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยให้คำมั่นว่า จะต่อสู้กับความพยายามในสภาคองเกรสที่จะถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งปกป้องสงครามอิหร่านว่า เป็นความพยายามที่กล้าหาญเป็นประวัติศาสตร์ หลังจากที่ผู้ลงคะแนนเสียงได้ลงโทษพรรครีพับลิกันจากประเด็นดังกล่าว ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมา ด้วยการเทคะแนนให้เดโมแครตทั้งสภาบนและสภาล่าง
ในวิดีโอความยาว 4 นาที เฮธเซก ได้ปกป้องการบริหารงานเพนตากอนของเขา โดยได้กล่าวอวดอ้างถึงการปลดผู้นำระดับสูงของเพนตากอน การยุติโครงการส่งเสริมความหลากหลาย และการห้ามบุคคลข้ามเพศเข้ารับราชการทหาร โดยบอกว่า “เห็นได้ชัดว่าพวกเขาโจมตีผม โจมตีพวกเรา เพราะเราทำงานได้จริง แต่มันจะไม่ได้ผลหรอก เราจะไม่ถอยเด็ดขาด”

เฮกเซธ ยังได้เรียกความพยายามในการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งว่า เป็นเรื่อง “จอมปลอม” พร้อมชี้ให้เห็นว่า ตัวประธานาธิบดีทรัมป์เอง ก็เคยถูกยื่นถอดถอนมาแล้วถึง 2 ครั้ง และว่า “ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกมการเมืองที่มุ่งทำลายชื่อเสียงบุคคล ซึ่งใช้ไม่ได้ผลกับประธานาธิบดีทรัมป์ และมันก็จะใช้ไม่ได้ผลกับผมเช่นกัน มั่นใจได้เลย”
โดยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องการปลดเฮกเซธออกจากตำแหน่ง แต่ได้กล่าวชมเชยเขาในฐานะหัวหน้าของกระทรวงกลาโหม ทรัมป์กล่าวว่า “เขาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การต่อต้านเฮกเซธนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เขาปลดเหล่าบรรดานายพลออกไป
“เรามีนายพลเยอะมาก ทุกคนเป็นนายพลระดับสี่ดาวกันหมด ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แถมหลายคนยังเป็นพวก ‘ตื่นรู้’ ซึ่งผมไม่ชอบนายพลประเภทนี้หรอก นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงถูกต่อต้าน” ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้ชื่นชมบทบาทของเฮกเซธ ในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ในเวเนซุเอลาและอิหร่า โดยบอกว่า “ในเวเนซุเอลา ถือว่าทำได้เหลือเชื่อมาก ส่วนในอิหร่าน เราเข้าไปอยู่มา 7 เดือนแล้ว และเราสามารถควบคุมทุกอย่างที่เราต้องการจะควบคุมได้ทั้งหมด”
ขณะที่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ทรัมป์อาจจะยังคงพิจารณาเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหม แทนเฮกเซธ ในขณะที่พรรครีพับลิกัน กำลังประเมินความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เฮกเซธ เป็นอดีตพิธีกรของฟ็อกซ์นิวส์ เป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดกระแสแตกแยกและมีศัตรูแม้กระทั่งภายในพรรครีพับลิกันเอง โดยมีการวิจารณ์ในสภา มุ่งเป้าไปที่การบริหารจัดการสงครามอิหร่านของเฮกเซธ ซึ่ง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ระบุว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้พรรครีพับลิกันต้องสูญเสียเสียงข้างมากในสภา รวมถึงการปลดนายทหารระดับสูง และความสัมพันธ์อันตึงเครียดกับฝ่ายนิติบัญญัติ ในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันงบกลาโหมมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่พรรคเดโมแครต ซึ่งได้รับชัยชนะครองเสียงข้างมาก ได้คุมสภาคองเกรส ในการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ได้ให้สัญญาว่า จะสอบสวนเฮกเซธและการจัดการกระทรวงกลาโหมของเขา โดยผู้ช่วยของสภาคองเกรสกล่าวว่า จะรวมถึงประเด็นการสั่งปลดประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ตลอดจนประเด็นอื่นๆด้วย
โธมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน สัญญาว่า จะนำข้อกล่าวหาถอดถอนเฮกเซธกลับมาพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า พร้อมเตือนว่า การถอดถอนครั้งนี้ จะ “เบากว่ามาก” เมื่อเทียบกับสิ่งที่ระเขาอยู่ หลังจากพรรครีพับลิกันต้องส่งมอบการควบคุมรัฐสภาให้กับพรรคเดโมแครตในปีหน้า
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า เฮกเซธ “มุ่งมั่นเต็มร้อย” ที่จะทำหน้าที่ผู้นำเพนตากอนต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดวาระของทรัมป์ เฮกเซธเรียกร้องให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ “รักชาติ” ผ่านร่างงบประมาณที่มุ่งช่วยเหลือกระทรวงกลาโหมในการจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับสงครามอิหร่านและงบประมาณอื่นๆ ที่สำคัญ
“ไม่ว่าผู้คนจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับสงคราม ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความพยายามที่กล้าหาญและเป็นประวัติศาสตร์ที่จะทำให้อิหร่านไม่ได้รับอาวุธนิวเคลียร์ เราจำเป็นต้องดำเนินการต่อไปเช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทำในวาระแรกของเขา คือการสร้างกองทัพของเราขึ้นมาใหม่” เฮกเซธกล่าว



