ออกคุก! ศาลมาเลย์ไฟเขียว นาจิบ อดีตนายกฯ คุมขังต่อที่บ้าน หลังอัมโนระดมทุนจ่ายค่าปรับให้แล้ว
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ศาลมาเลเซียออกคำสั่งอนุญาตให้ย้ายตัวนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังคงทรงอิทธิพลออกจากเรือนจำ ไปกักขังต่อที่บ้านพักในการรับโทษจำคุกที่เหลือได้ หลังจากพรรคอัมโนของเขาได้จ่ายเงินค่าปรับแล้วอันเป็นไปภายใต้เงื่อนไขของการอภัยโทษที่ได้รับก่อนหน้า จากการเปิดเผยของนายฟาร์ฮัน ชาฟี ทนายความของนายนาจิบที่กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ทนายความเปิดเผยด้วยว่า นายนาจิบอาจสามารถเดินทางกลับบ้านได้ภายในวันศุกร์(6 พ.ย.)นี้ หากกระบวนการต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นไปตามแผน
“เราได้รับคำสั่งดังกล่าวและตอนนี้เรากำลังส่งคำสั่งดังกล่าวไปยังเรือนจำคาจัง” ทนายความของนายนาจิบกล่าวซึ่งอ้างถึงเรือนจำที่ลูกความรายนี้ของเขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี 2022
นายนาจิบ ปัจจุบันอายุ 73 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลซียตั้งแต่ปี 2009-2018 ได้ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทุจริตซึ่งเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินมูลค่าหลายพันดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ 1MDB ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนที่นายนาจิบร่วมก่อตั้งขึ้นในระหว่างดำรงตำแหน่งผู้นำการบริหารประเทศ แต่เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
คำสั่งให้ย้ายนาจิบไปกักบริเวณอยู่ในบ้านพักได้มีขึ้นหลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน อิบราฮิม กษัตริย์มาเลเซีย มีพระบรมราชานุญาตเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้นายนาจิบรับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพักได้ ในการได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นครั้งที่ 2 ของนายนาจิบในคดีดังกล่าว และมีขึ้นหลังจากพรรคอัมโนได้จ่ายเงินค่าปรับเงินจำนวน 50 ล้านริงกิต หรือประมาณ 413 ล้านบาท ในนามของนายนาจิบซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการได้รับอภัยโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้นายนาจิบยังไม่สามารถรับโทษจำคุกต่อที่บ้านได้เนื่องจากเขาไม่มีเงินจ่ายปรับ เหตุเพราะบัญชีธนาคารของเขาถูกทางการอายัดไว้ทั้งหมด ส่งผลให้พรรคอัมโนช่วยกันระดมเงินบริจาคจากผู้สนับสนุนจนสามารถนำมาจ่ายค่าปรับดังกล่าวได้
ในคดีอื้อฉาว 1MDB ซึ่งเป็นข่าวครึกโครม มีการกล่าวหาว่ามีเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเข้าสู่บัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับนายนาจิบที่เขาอ้างว่าตนเองตกเป็นแพะรับบาปในแผนการอันซับซ้อนที่โยงใยไปทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนของสหรัฐระบุว่ามีการยักย้ายถ่ายเทเงินออกไปจากกองทุน1MDB สูงถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.51 แสนล้านบาท
ทั้งนี้นายนาจิบยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในอีกคดีที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 1 MDB เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยศาลพิพากษาโทษจำคุกเขาเป็นเวลา 15 ปี และปรับเงินอีก 2,800 ล้านดอลลาร์ จากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและการฟอกเงิน โดยคดีนี้อยู่ในระหว่างการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งทีมทนายความของนายนาจิบได้ร้องขอต่อศาลให้ระงับโทษจำคุกและโทษปรับไว้ชั่วคราวในระหว่างการสู้คดี โดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพที่ทรุดโทรมลงของนายนาจิบ รวมถึงการไม่สามารถชำระค่าปรับจำนวนมหาศาลดังกล่าวได้
ทว่าผู้พิพากษาได้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่าไม่มีเหตุผลพิเศษใดๆ และความร้ายแรงของความผิดถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะที่มีความสำคัญมากกว่า
ทั้งนี้นาจิบยังคงเป็นบุคคลที่สร้างความแตกแยกในวงการเมืองมาเลเซีย แต่เขายังคงมีอิทธิพลในพรรคอัมโนซึ่งเคยมีบทบาทนำสำคัญ ปัจจุบันร่วมอยู่ในรัฐบาลผสมนำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งกลุ่มพันธมิตรปากาตัน ฮารัปปันของเขาคัดค้านอย่างหนักต่อการอภัยโทษให้นายนาจิบและให้เขารับโทษจำคุกต่อที่บ้าน ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดในรัฐบาลผสมมากขึ้น แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงต้นปี 2028 แต่นายอันวาร์เคยกล่าวว่าเขาอาจเรียกการเลือกตั้งก่อนกำหนดหากความแตกแยกทวีความรุนแรงขึ้น

