กกต.เมียนมา ดีเดย์ 4 เมษาฯ ปีหน้า วันเลือกตั้งซ่อมใหญ่ รวมถึงในพื้นที่สู้รบ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ(UEC) ของเมียนมา ได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งซ่อมครั้งใหญ่ในวันที่ 4 เมษยนปี 2570 ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งเพื่อทดแทนที่นั่งในรัฐสภาที่ว่างลง อันเนื่องมาจากส.ส.หรือสว.ที่ได้รับเลือกเข้ามาในการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาเมื่อต้นปีนี้ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐบาล โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จะรวมถึงในพื้นที่สู้รบที่ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ได้ด้วย
ตามคำประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์เมียนมา อะลินในวันนี้ ระบุว่า การเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 4 เมษายนปีหน้า จะจัดขึ้นในเขตเลือกตั้งรวม 55 เขต โดยแบ่งเป็นที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 34 ที่นั่ง วุฒิสภา 5 ที่นั่ง และสภาระดับภูมิภาคและรัฐอีก 16 ที่นั่ง
เอพีรายงานว่าเขตเลือกตั้งดังกล่าวอย่างน้อย 7 เขตตั้งอยู่ในเมืองที่กองทัพเมียนมาเพิ่งยึดคืนมาได้จากกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลเมื่อเร็วๆ นี้ และเขตเลือกตั้งบางส่วนอยู่ใน 7 รัฐและภูมิภาคที่ความขัดแย้งทางอาวุธยังคงดำเนินอยู่
อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งซ่อมดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในรัฐสภาเมียนมาไปจากเดิมที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา(USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาได้ แต่อาจช่วยสะท้อนให้เห็นถึงระดับการสนับสนุนจากประชาชนเมียนมาที่มีต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ส่วนหนึ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเลือกตั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกระชับอำนาจปกครองของกองทัพเมียนมา
ทั้งนี้สภาผู้แทนราษฎรเมียนมามีที่นั่งทั้งสิ้น 440 ที่นั่ง และวุฒิสภามีที่นั่งทั้งสิ้น 224 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญปกครองของเมียนมาได้สงวนที่นั่งในสัดส่วน 25% ของทั้งสองสภาดังกล่าวไว้สำหรับผู้ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ
ในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนมกราคมปีนี้ พรรค USDP ครองที่นั่งในรัฐสภาเมียนมาเกือบ 90% พร้อมด้วยพรรคพันธมิตร และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพและผู้นำก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจีในปี 2021 ได้สาบานตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีของเมียนมาในเดือนเมษายน หลังจากรับการโหวตรับรองจากรัฐสภา
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่างพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(NLD)ของนางซูจีได้ถูกศาลสั่งยุบพรรคไปแล้วหลังจากปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่พวกเขากล่าวอ้างว่าเป็นการเลือกตั้งจอมปลอม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับกองทัพหลังการทำรัฐประหารที่เป็นชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหาร และนำไปสู่การจับอาวุธขึ้นสู้รบของกองกำลังฝ่ายต่อต้านและกลุ่มชาติพันธุ์ในหลายพื้นที่ จนทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ขัดแย้งดังกล่าวได้

