“เงินมาพร้อมกับอำนาจ” น่าจะใช้ได้กับสถานการณ์นี้ที่เป็นผลสำรวจในประเทศญี่ปุ่นที่ศึกษาพบแนวโน้มที่ว่า การที่คุณพ่อบ้านชาวญี่ปุ่นที่เป็นมนุษย์เงินเดือน เจอปัญหาเศรษฐกิจซบ เงินเดือนนิ่งสนิท ไม่มีการปรับขึ้นมาหลายปี ในขณะที่คุณแม่บ้านก็ช่วยทำงานหาเงินนอกบ้านอีกแรงหนึ่งไปพร้อมกับการยังแบกรับภาระรับผิดชอบงานบ้านควบคู่ไปด้วย สถานการณ์เช่นนี้ได้กัดกร่อนสถานะทางอำนาจของคุณพ่อบ้านในฐานะเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปให้คุณแม่บ้านก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ จนกลายเป็นเสาหลักของบ้านไปแทน ซึ่งยังส่งผลเปลี่ยนมุมมองของลูกๆ ให้มีความเคารพยำเกรงผู้เป็นแม่มากกว่าพ่อมากขึ้นไปด้วย
งานวิจัยศึกษาของกระทรวงแรงงานญี่ปุ่นชี้ว่ากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เงินเดือนเฉลี่ยของลูกจ้างชายในประเทศญี่ปุ่นลดลงไป 0.5% แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงที่หรือปรับลดลงไป จึงไม่ได้สั่นคลอนอำนาจซื้อในมือของพวกเขาไปเท่าไรนัก แต่ปัจจัยกระทบสำคัญคือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่ทำให้เงินในกระเป๋าของพวกเขาไม่กระเตื้องขึ้น ในทางตรงกันข้ามมีผู้หญิงชาวญี่ปุ่นเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้นและได้รับค่าจ้างตอบแทนเพิ่มขึ้นถึง 15% ในช่วงเวลาเดียวกัน นี่จึงเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นและเป็นการช่วยสามีหาเงินเข้าบ้านอีกทางของผู้หญิง
ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันการศึกษาการครองชีพฮาคุโฮะโดะชี้ว่า สภาพการณ์ข้างต้นนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้มุมมองของคนในครอบครัวที่มีต่อผู้เป็นแม่หรือผู้หญิงที่ช่วยหาเงินเลี้ยงครอบครัวในสังคมญี่ปุ่นเปลี่ยนไปด้วย โดยเด็กๆ ที่บอกว่าพวกเขามีความเคารพยำเกรงแม่ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 68.1% ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์จากผลสำรวจศึกษาในเรื่องนี้ที่จัดทำขึ้น 10 ปีครั้งนับจากปี 2540 เป็นต้นมา ขณะที่มีเด็กที่บอกว่าพวกเขาให้ความเคารพยำเกรงพ่อมากกว่าจำนวน 62% ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน
ฮาคุโฮะโดะชี้ว่า จากการศึกษาอาจมีความเชื่อมโยงกันระหว่างบทบาทของพ่อแม่กับรายได้ของครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากที่ผู้เป็นแม่ออกมาช่วยทำงานนอกบ้านเพิ่มขึ้น ขณะที่พวกเขายังคงดูแลรับผิดชอบงานบ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งปัจจัยนี้ก็อาจจะมีผลต่อทัศนคติของผู้เป็นลูก
กรณีศึกษายังพบอีกว่า ถึงแม้ผู้เป็นพ่อจะเข้ามาช่วยดูแลงานบ้านด้วย แต่บทบาทของผู้เป็นพ่อถูกมองว่ายังคงห่างไกลจากผู้เป็นแม่ จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานญี่ปุ่นระบุว่า แม้ตามกฎหมายแรงงาน ผู้ชายจะได้รับวันลาในการดูแลบุตรหลังแรกคลอดเท่ากันกับผู้หญิง แต่ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ชายชาวญี่ปุ่นที่ใช้สิทธิวันลานี้เพียงแค่ 3% เท่านั้น ขณะที่ในปี 2558 มีผู้ชายใช้สิทธิวันลานี้จำนวน 57% แต่พวกเขาก็ใช้สิทธิลาไปไม่ถึง 5 วัน เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ใช้สิทธิลานี้ถึง 82%
จริงๆ แล้วหากมองในอีกมุมหนึ่งว่า ทำอย่างไร หรือปฏิบัติตัวอย่างไร ก็ได้รับผลตอบกลับมาอย่างนั้นก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นพ่อ หรือเป็นแม่ หรือเป็นลูก หากแต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ตอบกลับมา ย่อมไม่ได้ตกที่ใคร นอกจากคนในครอบครัวนั่นเอง

