เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ได้จัดงานแถลงข่าว “วิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยที่รุนแรงที่สุดในยุคสมัยของเรา” ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดย นายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเดินทางเยือนไทยเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง และได้ร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของไทย รวมถึงเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันเดียวกัน ระบุการประชุมเป็นไปในทางบวก พร้อมแนะรัฐบาลไทยมอบสัญชาติให้ผู้ไร้สัญชาติ และผู้ไร้รัฐที่อยู่ในไทยกว่า 1 ล้านคน
นายกรานดี ซึ่งเดินทางเยือนพม่ามาแล้วก่อนหน้านี้ ระบุว่า การหารือกับนายกรัฐมนตรีของไทย และตัวแทนรัฐบาลไทยเป็นไปในเชิงบวก โดยประเด็นสำคัญในการหารืออยู่ที่แผนการส่งผู้ลี้ภัยชาวพม่ากลับประเทศ นอกจากนี้ยังแนะนำรัฐบาลไทยมอบสัญชาติให้คนไร้สัญชาติไร้รัฐในประเทศไทยที่มีอยู่มากกว่า 1 ล้านคน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และในถิ่นทุรกันดารของประเทศไทย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลไทยก็อยู่ระหว่างการทำงานอย่างหนักที่จะมอบสัญชาติให้คนไทยเหล่านี้ แม้จะต้องใช้เวลาหลายปี แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนกลุ่มนี้และเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติสำคัญของยูเอ็นเอชซีอาร์ด้วย
ส่วนประเด็นการส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศนั้นนายกรานดี ระบุว่า ไทยเห็นพ้องที่จะดำเนินการส่งผู้ลี้ภัยกลับพม่า และจะดำเนินการให้เป็นไปโดยสมัครใจ ยั่งยืนและค่อยเป็นค่อยไป โดยไทยได้เริ่มต้นแนวทางนำร่องไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2559 ด้วยการส่งผู้ลี้ภัยชาวพม่ากลับประเทศ 71 คน และจะเตรียมส่งกลับประเทศเพิ่มอีก 200 คน นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีและผู้ลี้ภัยที่กลับประเทศจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเช่นการมีที่อยู่อาศัย การเข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุขเป็นต้น
ในการแถลงดังกล่าวนายกรานดี ได้แถลงสรุปการลงพื้นที่ในประเทศพม่าเพื่อดูสถานการณ์ผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐยะไข่ พื้นที่ซึ่งเกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮีนจา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ที่ต้องพลัดถิ่นเป็นจำนวนมากว่า ตนได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาใน 2 ประเด็นคือ 1 การให้สัญชาติ และความเป็นพลเมืองกับชาวมุสลิมโรฮีนจา เปิดให้มีเสรีภาพในการแสดงออก การเข้าถึงด้านการศึกษาและสาธารณสุข และ 2. คือต้องพัฒนาความเจริญในพื้นที่ให้ดีขึ้นให้เกิดการลุงทุนและพัฒนาให้เกิดผลประโยชน์ร่วมระหว่างสองชุมชน ในการนี้ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ่วมนำโดยนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยในพม่า ซึ่งรัฐบาลพม่านำโดยนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐก็ยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานของคณะทำงานชุดนี้
นอกจากนี้นายกรานดีได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในประเด็นที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในไทยมีจำนวนน้อยราว 100 คนเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลไทยก็ดูแลผู้ลี้ภัยได้ดี โดยยูเอ็นเอชซีอาร์ก็จะให้การสนับสนุนเสนอแนะให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานของนานาชาติ

