คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ฉากบุหรี่ในหนัง จำเป็นไหม?

12.07.17 | 18:24 น.

แม้จะมีการรณรงค์ต่อต้าน แต่ฉากสูบบุหรี่ของตัวแสดงในฉากหนังก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยิ่งมีความหนักใจว่าจะทำอย่างไรถึงจะตัดอีกต้นทางที่อาจมีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อวัยรุ่นให้ริลองสูบบุหรี่ลงได้ หลังจากรายงานการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่มีออกมาก่อนหน้าชี้ว่าตัวแปรทั้งสองนี้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ที่เป็นผลให้ผู้ผลิตภาพยนตร์และละครส่วนหนึ่งที่ตระหนักคิดได้ ยอมตัดลดทอนฉากที่มีบุหรี่เกี่ยวข้องลงไป นอกเหนือไปจากการจัดคุมเรตหนังเรตละครที่มีควบคุมอยู่แล้ว

แต่ในรายงานของศูนย์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรค(ซีดีซี)ของสหรัฐอเมริกาที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ระบุว่า ในปี 2016 หนังที่ติดอันดับทำรายได้สูงสุดในสหรัฐ มากถึง 41 เปอร์เซ็นต์มีฉากที่ตัวแสดงสูบบุหรี่ แม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า แต่จากการศึกษาพบว่าในฉากหนังที่มีบุหรี่เข้ามาเกี่ยวข้องกลับมีเพิ่มขึ้นถึง 81 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างปี 2015-2016

รายงานข้างต้นเป็นการศึกษาข้อมูลระหว่างปี 2010-2016 ที่พบว่าในหนังมีการใช้บุหรี่ ซิการ์ ไปป์ กล้องสูบยาแบบยาว บุหรี่ไร้ควันและบุหรี่ไฟฟ้า เป็นส่วนประกอบฉากมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของหนังที่ติดอันดับท็อปเทนทำเงินสูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศของสหรัฐในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละปีที่ทำการศึกษาดังกล่าว โดยปีที่มีสถิติสูงสุดของการใช้บุหรี่ประกอบในฉากหนังคือปี 2016 ที่มีฉากเกี่ยวกับบุหรี่จำนวน 3,145 ฉาก จากภาพยนตร์ 143 เรื่อง

หนังที่ถูกจัดเรตเป็นหนังวัยรุ่นในปี 2016 ที่มีทั้งเรตจี, พีจี, และ พีจี-13 มีฉากเหตุการณ์ที่มีบุหรี่เกี่ยวข้อง จำนวน 26 เปอร์เซ็นต์ ในหนังเรตอาร์ มี 67 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหนังที่ฉายในปี 2010 ที่มีฉากใช้บุหรี่ในหนังวัยรุ่น มี 31 เปอร์เซ็นต์ และหนังเรตอาร์ มี 71 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมระหว่างปี 2015-2016 มีฉากหนังที่มีการใช้บุหรี่ให้เห็นเพิ่มขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ไมเคิล ไทแนน ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้และนักวิเคราะห์ด้านสาธารณสุขของซีดีซี บอกว่า เป็นที่รับรู้กันว่ายิ่งเราเห็นฉากสูบบุหรี่ในหนังมากเท่าไร เราก็อาจจะได้เห็นวัยรุ่นสูบบุหรี่กันมากเท่านั้น ซึ่งตัวแปรทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ

Advertisement

ขณะที่ สแตนตัน แกลนซ์ ผู้เขียนรายงานการศึกษาอีกคนและเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย บอกว่า “การศึกษาที่พบเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์สามารถควบคุมหรือปรับลดฉากการใช้บุหรี่ในภาพยนตร์ลงได้ ซึ่งหลายปีก่อนหน้านั้นก็ยังมีหนังวัยรุ่นที่ไม่มีฉากที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เลยก็มี แต่พวกเขากลับหยุดที่จะทำมัน”

ผู้ทำรายงานการศึกษาชิ้นนี้ยังให้ข้อเสนอแนะทิ้งท้ายเพื่อป้องกันปัญหาฉากหนังที่ไม่เหมาะสมอย่างฉากบุหรี่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ที่มีความอ่อนไหวมากในการรับสาร โดยการเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมภาพยนตร์อเมริกา(เอ็มพีเอเอ)ที่ทำหน้าที่พิจารณาจัดประเภทหนัง ควรให้เรตอาร์แก่หนังเรื่องใดก็ตามที่มีฉากสูบบุหรี่หรือใช้บุหรี่ การปรับปรุงระบบการจัดเรตหนังให้ทันยุคทันสมัยเพื่อป้องกันโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เยาวชนริลองสูบบุหรี่ นอกจากนี้ค่ายหนังหรือผู้ผลิตภาพยนตร์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐอาจช่วยได้โดยตรงด้วยการลดการสนับสนุนหนังที่มีการใช้บุหรี่ประกอบในฉากด้วย