โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทำผิดกฎหมายหรือไม่ในการพบปะกับ นาตาเลีย เวเซลิตสกายา ทนายความชาวรัสเซียที่เขาหวังว่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับ ฮิลลารี คลินตัน ผู้หญิงที่เป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งในทำเนียบขาวกับพ่อของเขา
“ดอน จูเนียร์” วัย 39 ปี จะโดนแจ้งข้อกล่าวหากบฏหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า จากข้อมูลที่เปิดเผยออกมาของการพบปะหารือที่เกิดขึ้นที่นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 ครั้งนี้ ความเป็นไปได้มากที่สุดที่ทรัมป์ จูเนียร์ จะทำผิดกฎหมายสหรัฐคือ ข้อความที่เขาระบุว่า เขา “รักเลย” ที่จะได้ยินว่า ฝั่งรัสเซียมีอะไรจะพูดถึงฮิลลารี คลินตันบ้าง
“หากคุณบอกเช่นนั้น ผมรักมันเลย” เป็นข้อความที่ทรัมป์ จูเนียร์ ตอบกลับภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังได้รับอีเมล์ที่บอกว่า ทนายความคนดังกล่าวมีข้อมูลที่ “สร้างความเสื่อมเสีย” ให้ฮิลลารี คลินตัน เป็นส่วนหนึ่งของ “ความช่วยเหลือจากรัฐบาลรัสเซียในการสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์”
แบรนดอน แกร์เร็ตต์ อาจารย์นิติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียระบุว่า นับตั้งแต่เกิดคดีวอเตอร์เกตขึ้น กฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐ ห้ามมีการติดต่อโดยตรงหรือโดยอ้อมกับต่างชาติที่ให้สัญญาหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ ในการเลือกตั้งของสหรัฐ
ข้อกฎหมายดังกล่าวระบุว่าการบริจาค “หรือสิ่งอื่นๆ ที่มีมูลค่า” ซึ่งแกร์เร็ตต์ ระบุว่าอาจรวมถึงข้อมูล เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าของทรัมป์ จูเนียร์คือ กฎหมายเรื่องการสมคบคิดครอบคลุมในเรื่องนี้ด้วย
“ผู้ใดผู้หนึ่งจะต้องไม่กระทำความผิดอาญา แค่ความพยายามก็ถือว่ามีหลักฐานเพียงพอแล้ว” แกร์เร็ตต์ระบุ และว่า “เพียงแค่เรื่องนี้ พวกเขาก็อาจถูกพบว่ามีความผิดในข้อหาสมคบคิดได้” หรือพูดอีกอย่างคือ ความจริงที่ปรากฏว่า การเข้าพบปะหารือเพื่อต้องการที่จะได้รับข้อมูล อาจเพียงพอสำหรับการพิสูจน์ว่ามีความตั้งใจในการกระทำเรื่องซึ่งเป็นความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวนี้จริง
อย่างไรก็ตาม ซูซาน ไคลน์ อาจารย์นิติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส ไม่เชื่อว่า ทรัมป์ จูเนียร์จะถูกดำเนินคดีเอาผิดจากการแค่พบปะหารือและพูดคุยในเรื่องนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีการจ่ายเงินหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างอื่นระหว่างกัน
ด้านแดเนียล โทคาจิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งแห่งมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตทระบุว่า ตามหลักการแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (อีอีซี) จะต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายขึ้นในกรณีนี้หรือไม่ แต่การที่สมาชิกของอีอีซี 6 คนแบ่งเป็นเดโมแครตและรีพับลิกันฝั่งละ 3 คนทำให้มีแนวโน้มสูงว่า จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในเรื่องนี้
ทว่าตามทฤษฎีแล้ว สำนักงานอัยการในเขตแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่การพบปะหารือนี้เกิดขึ้น หรือ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่ปรึกษาพิเศษของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ซึ่งรับหน้าที่สอบสวนความเกี่ยวข้องระหว่างทีมงานหาเสียงของทรัมป์กับรัสเซีย ก็สามารถเปิดฉากการสอบสวนในเรื่องนี้ได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องพิสูจน์ว่า มีการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งในกรณีนี้จริงหรือไม่

