สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมว่า เหตุการณ์ก่อการร้ายทั่วโลกและจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวลดลงเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ยังคงจัดให้อิหร่านเป็น “รัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย” อันดับ 1
ในรายงานประเมินการก่อการร้ายเป็นรายประเทศทั่วโลกประจำปี 2559 กระทรวงต่างประเทศสหรัฐชี้ไปที่กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุ่มอัลเคด้า และกลุ่มทาลิบันเป็นผู้ก่อเหตุสูงสุดของการก่อการร้าย แต่ระบุด้วยว่าการโจมตีทั้งหมดลดลง 9 เปอร์เซ็นต์จากเมื่อปี 2558 และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 13 เปอร์เซ็นต์
นายจัสติน ซิเบอเรลล์ รักษาการผู้ประสานงานด้านการก่อการร้ายของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเหตุโจมตีเกิดขึ้นในอิรัก อัฟกานิสถาน อินเดีย ปากีสถานและฟิลิปปินส์ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดที่สุดในอิรัก โซมาเลีย และตุรกี
รายงานระบุว่า แนวคิดหรือรูปแบบที่เหมือนกันของการก่อการร้ายจำนวนมากซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว มีความศรัทธายึดติดอยู่กับอุดมการณ์ของกลุ่มรุนแรงสุดโต่งที่ได้รับการผลักดันโดยกลุ่มอิสลามนิกายสุหนี่ที่เคร่งครัดซึ่งมองว่าตนเองถูกโจมตีโดยชาติตะวันตกและขัดแย้งกับอิสลามในรูปแบบอื่นๆ
ขณะเดียวกัน อิหร่าน ประเทศซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ได้รับการจัดให้เป็นชาติที่สนับสนุนการก่อการร้ายมากที่สุด โดยรายงานอ้างการที่อิหร่านให้การสนับสนุนเฮซบอลเลาะห์ กลุ่มเคลื่อนไหวนิกายชีอะห์อันทรงพลังของเลบานอน ที่สหรัฐถือว่าเป็นองค์การก่อการร้าย
รายงานอ้างถึงการที่เฮซบอลเลาะห์ให้การสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาดของซีเรียทั้งด้านกองพลรบและการส่งกำลังบำรุง เช่นเดียวกับการปฏิบัติการโจมตีทหารอิสราเอลที่ประจำการอยู่ตลอดชายแดนระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล
นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า อิหร่าน “ยังคงไม่เต็มใจ” ที่จะพิจารณาดำเนินคดีกับสมาชิกระดับสูงของกลุ่มอัลเคด้าที่สามารถจับกุมตัวไว้ได้นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม นายซิเบอเรลล์ไม่ได้ให้เหตุผลชัดๆ ว่าเหตุใด จำนวนครั้งของการก่อการร้ายถึงลดลง แต่ระบุว่า มีแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้วของกองกำลังพันธมิตรในการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในประเทศซีเรียและอิรัก
ทว่าแม้กลุ่มไอเอสจะสูญเสียพื้นที่ครอบครองไป แต่ยังมีนักรบและบรรดาผู้ที่ฝักใฝ่แนวคิดของพวกเขาแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก และการก่อเหตุโจมตีในประเทศบ้านเกิดของคนกลุ่มนี้กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

