‘ไอเอ็มเอฟ’ชี้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่เตือนยังมีอารมณ์ความรู้สึกต่อต้านโลกาภิวัตน์สูง

24.07.17 | 16:06 น.
มอริซ ออบซต์เฟลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ / AFP PHOTO / MANAN VATSYAYANA

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นของจีน ยุโรป และญี่ปุ่น ชดเชยการปรับตัวลดลงของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟเตือนว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าแรงยังคงเอื่อยเฉื่อยซึ่งเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความตึงเครียดสูงขึ้น และผลักดันหลายๆ ประเทศไปสู่นโยบายต่อต้านโลกาภิวัตน์มากขึ้น ขณะที่ความพยายามที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงินที่กำหนดขึ้นหลังเกิดวิกฤตเมื่อปี 2551 อาจกัดกร่อนบ่อนทำลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้

“การฟื้นตัวของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่เราคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้น ถึงตอนนี้ไม่มีเครื่องหมายคำถามในเรื่องแนวโน้มของทิศทางเศรษฐกิจโลกอีกแล้ว” นายมอริซ ออบซต์เฟลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟกล่าว

ในการนำเสนอรายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลก ฉบับปรับปรุงใหม่ นายออบซต์เฟลด์กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นทิศทางขาขึ้นในวงกว้างพร้อมๆ กันมากที่สุดเท่าที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกตลอดช่วงทศวรรษหลังสุด โดยไอเอ็มเอฟยังประมาณการอัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 และ 3.6 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2561 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายน

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ปิดบังการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ไอเอ็มเอฟปรับลดประมาณการเติบโตเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากมองว่าแผนการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัญญาไว้ซึ่งคาดว่าจะสร้างแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจยังคงติดขัด

Advertisement

โดยประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐถูกปรับลดลงเหลือ 2.1 เปอร์เซ็นต์สำหรับปีนี้ และปีหน้า ลดลง 0.2 และ 0.4 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจอังกฤษถูกปรับลดลง 0.3 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 1.7 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าที่คาดในไตรมาสแรก ขณะที่ผลกระทบจากเบร็กซิท หรือการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษยังคงไม่ชัดเจน

การปรับตัวเลขข้อมูลลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยจากภาพรวมที่ดีขึ้นในประเทศเศรษฐกิจหลักหลายแห่งรวมถึงกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซนหรือยูโรแอเรีย) ที่ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้นในฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีและสเปน

โดยเศรษฐกิจยูโรโซน คาดว่าจะโต 1.9 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้และ 1.7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561 ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น 1.3 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ แม้ว่าอัตราการเติบโตของปีหน้าจะลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดียวกัน จีนยังคงเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยมีอัตราการขยายตัว 6.7 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 6.4 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า เป็นผลมาจากนโยบายผลักดันเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งการคาดการณ์ของปี 2560 ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 0.1 เปอร์เซ็นต์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงผลงานในไตรมาสแรกที่ดีเกินคาด ซึ่งไอเอ็มเอฟประเมินต่ำไปจากนโยบาย “ปฏิรูปภาคการผลิต” ของรัฐบาล

ด้านชาติสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ ประกอบไปด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ไอเอ็มเอฟประมาณการว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 5.1 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1 เปอร์เซ็นต์จากประมาณการครั้งที่แล้ว และ 2.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561

อย่างไรก็ตาม ในการประมาณการขาขึ้น ไอเอ็มเอฟยังเตือนถึงอารมณ์ความรู้สึกต่อต้านโลกาภิวัตน์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจทั้งหมดทั่วโลกเลวร้ายลง ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าวถูกจุดชนวนจากความจริงส่วนหนึ่งว่า ผลประโยชน์ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ถูกแบ่งปันอย่างทั่วถึง

นายออบซต์เฟลด์ระบุว่า แม้ว่าอัตราการว่างงานจะลดลง แต่ค่าจ้างกลับไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตไม่พัฒนาขึ้น และยังมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความตึงเครียดทางสังคมที่ผลักดันให้เขตเลือกตั้งบางแห่งมีการกำหนดนโยบายที่เน้นการเข้าสู่ภายในมากยิ่งขึ้น