ฌอน สไปเซอร์ เลขาธิการด้านสื่อ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นโฆษกของทำเนียบขาว ลาออกอย่างปัจจุบันทันด่วน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังช่วงเวลา 6 เดือนอันอึกทึกครึกโครมที่เขาตกอยู่ในความสนใจเป็นอย่างสูง
แต่แม้สไปเซอร์จะถือว่าเป็น 1 ในผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้สั้นที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่เขาก็มีช่วงเวลาที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย
เรื่องแรกเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว ถือเป็นการเริ่มงานการเป็นโฆษกทำเนียบขาวที่ไม่ราบรื่นนัก เพียง 1 วันหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สไปเซอร์ได้เรียกบรรดาผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวมาต่อว่าโดยกล่าวหาว่าจงใจประเมินตัวเลขผู้เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก
“นี่เป็นจำนวนผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งทั้งการเข้าร่วมงานด้วยตนเองหรือรับชมจากทั่วโลกที่มากที่สุด” สไปเซอร์กล่าว “ความพยายามที่จะลดความน่าสนใจของการสาบานตนครั้งนี้น่าอายและเป็นเรื่องที่ผิด”
สไปเซอร์จบการแถลงข่าวครั้งนี้โดยไม่ตอบคำถามใดๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวจำนวนมาก
ภาพถ่ายทางอากาศหลายรูปเป็นหลักฐานที่ยืนยันให้เห็นเป็นอย่างดีว่า จำนวนผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 ครั้งของบารัค โอบามา มากกว่าของทรัมป์อย่างชัดเจน
เรื่องต่อมาคือการที่สไปเซอร์ถูกบังคับให้ต้องออกมาขอโทษหลังจากเปรียบเทียบประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย กับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการนาซี
สไปเซอร์กล่าวว่า “คุณมีบางคนที่ชั่วร้ายเหมือนฮิตเลอร์ ที่ไม่เคยแม้แต่คิดจะใช้อาวุธเคมี” โดยสไปเซอร์คงลืมนึกถึงการใช้ก๊าซพิษในค่ายกักกันของนาซีไป
สไปเซอร์สำนึกผิดในเรื่องนี้และออกมากล่าวขอโทษทางโทรทัศน์หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง โดยกล่าวว่า “ผมใช้การเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะสมและอ่อนไหวเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และไม่มีข้อแก้ตัว สำหรับเรื่องนี้ผมขอโทษ ผมได้ทำผิดพลาดไป”
สไปเซอร์มักจะผิดพลาดในการจำชื่อกับนามสกุลของบุคคลดังๆ เสมอๆ โดยที่น่าจดจำที่สุดคือการที่เขาเรียกนายกรัฐมนตรีแคนาดาจัสติน ทรูโดว่า โจ ทรูโด และครั้งหนึ่งเรียกนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลียว่า นายกรัฐมนตรี “ทรัมเบิล”
อีกหนึ่งเรื่องที่โด่งดังที่สุดคือการที่สไปเซอร์สรุปข่าวให้นักข่าวกลุ่มเล็กๆ ฟังโดยหลบกล้องโทรทัศน์และนักข่าวอีกกลุ่มใหญ่ที่พุ่มไม้ของสวนในทำเนียบขาวหลังมี่ข่าวการปลดเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) 1 วัน
ทำให้เกิดการทำภาพล้อเลียนในอินเตอร์เน็ตต่อเหตุการณ์ “หลบหลังพุ่มไม้” นี้อย่างแพร่หลาย

