สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า “เฟซบุ๊ก” ได้เปิดเผยในรายงานผลประกอบการ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของเฟซบุ๊กเติบโตขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สองส่งผลให้มูลค่าหุ้นของเฟซบุ๊กถีบตัวเป็นสถิติสูงขึ้นกว่า 4 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 173 ดอลลาร์ โดยหากนับจนถึงตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดลงในวันเดียวกัน นับว่าหุ้นของเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นเกือบ 44 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวในปีนี้
รายงานระบุว่าในช่วงที่ผ่านมาเฟซบุ๊ก ที่มีผู้ใช้ 2 พันล้านคน ได้เพิ่มการโฆษณาผ่านกระดานข่าวมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มโฆษณาในแอพพลิเคชั่นแชร์ภาพอย่างอินสตาแกรมที่มีผู้ใช้งานถึง 700 ล้านคนด้วย ขณะที่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเฟซบุ๊ก ระบุว่า จะหันไปลงทุนกับแอพส่งข้อความอย่างแมสเซนเจอร์ และวอทสแอพ สองแอพลิเคชั่นของเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้งานรวมกัน 1,000 ล้านคน ให้มากขึ้นด้วย รวมไปถึงการผลักดันการใช้วิดีโอในเฟซบุ๊กเพื่อสร้างรายได้จากการโฆษณา และเพิ่มระยะเวลาที่คนใช้บนเฟซบุ๊กให้มากขึ้น
ทั้งนี้เฟซบุ๊กระบุว่ารายได้รวมของเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้น 44.8 เปอร์เซ็นต์เป็น 9,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาสที่สองของปี มากกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ก่อนหน้านี้ทำนายว่าเฟซบุ๊กจะทำรายได้อยู่ที่ 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

