คอลัมน์ โกลบอลโฟกัส: โลกใหม่ของ ครูบ้านนอกแซ่ “หม่า”

ผมทำการบ้านล่วงหน้า เมื่อรู้ตัวว่า ไม่เพียงจะได้เดินทางไปหังโจว แต่ยังมีโอกาสไปเยี่ยมชม “อาลีบาบากรุ๊ป” บริษัทที่ทำให้ผมขมวดคิ้วทุกครั้งที่ได้ยินชื่อหรือผ่านตา ด้วยเหตุที่ว่าเป็นหนึ่งในกิจการธุรกิจที่โตเร็วที่สุดในจีน ตอนนี้กลายเป็นบริษัทหมายเลขหนึ่งของที่นั่นภายในระยะเวลาไม่ถึง 20 ปี…ทำได้ยังไงกัน?

ที่สำคัญก็คือยังคงโตไม่หยุดยั้งและกำลังแผ่ขยายกิจการออกไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

ผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา แซ่หม่า ชื่อหยุน แต่ทั้งโลกรู้จักกันในชื่อ “แจ็ค หม่า” ทำให้ตอนนี้แม้แต่ในระเบียนการค้าอย่างเป็นทางการในจีน ก็บันทึกชื่อผู้ก่อตั้งอาลีบาบาไว้ว่า ชื่อ “แจ็ค หม่า หยุน”

แจ็ค หม่าคือใคร? คือชายร่างเล็ก ผอมบาง ที่เคยเป็นคนจนคนหนึ่งในอีกหลายๆ ล้านคนในจีน เรียนจบเพียงระดับมัธยม เพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ทั้งๆ ที่พยายามถึงสามครั้งสามหน

สิ่งที่ แจ็ค หม่า ต่างจากคนอื่นๆก็คือ เขาเพียรพยายาม ไม่ยอมย่นย่อให้กับความล้มเหลว ช่วงชีวิตแรกเริ่มของ แจ็ค หม่า เต็มไปด้วยความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าชนิดที่เล่าให้ใครฟังก็ต้องทึ่ง

ตัวอย่างที่ แจ็ค หม่า มักเล่าให้ฟังก็คือ เรื่องที่เขากับลูกพี่ลูกน้องรายหนึ่ง ต้องแกร่วรอนานสองชั่วโมงครึ่งท่ามกลางอากาศอบอ้าวในหน้าร้อน เพื่อให้ได้สมัครงาน “บ๋อย” ที่โรงแรมระดับสี่ดาวแห่งหนึ่ง

“หลังการสัมภาษณ์ เป็นลูกพี่ลูกน้องผมที่ถูกรับเข้าทำงานส่วนผมถูกปฏิเสธ เหตุผลเพราะ เขาสูงแล้วก็หล่อกว่าผม”

จนทุกวันนี้ ญาติห่างๆของ หม่า หยุน รายนั้นก็ยังทำงานอยู่ในโรงแรมแห่งนั้น ส่วนเขาเดินหน้าหาหนทางพลิกผันชีวิตตัวเองต่อไป

สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่เป็นไร แจ็ค หม่า เพียรสอนตัวเองให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษให้พ้นระดับความรู้งูๆปลาๆ ด้วยเชื่อว่าภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของตัวเอง

อาศัยภาษาอังกฤษสมัครเป็นครูสอนหนังสือภาษาอังกฤษที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมๆกับใช้มันเป็นเครื่องมือหารายได้อีกทางจากการเป็น ไกด์ทัวร์ และ ล่าม

เหตุผลเพราะเงินเดือนครูของหม่าคิดเป็นเงินไทยแล้วตกประมาณ 400 บาท กับเศษอีกเล็กน้อยเท่านั้นเอง

 

 

ภาษาอังกฤษส่งอิทธิพลสำคัญต่อ หม่า หยุน จริงๆ เพราะนอกจากจะทำให้ได้พบและแต่งงานกับภรรยา “จาง อิ๋ง” ที่เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนเดียวกันแล้ว ยังทำให้เขาได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาในฐานะล่าม

ที่สหรัฐอเมริกา คือวาระแรกที่ หม่า หยุน ได้ทำความรู้จักกับอินเตอร์เน็ต

เพื่อนที่แนะนำอินเตอร์เน็ตให้หม่า บอกว่า เขาสามารถพบทุกอย่างได้จากในนั้น หม่าทดลองด้วยตัวเองหา “เบียร์” ในอินเตอร์เน็ต เขาพบเบียร์มากมายก็จริง แต่ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่แสดงถึงเบียร์ที่คุ้นเคยจากประเทศจีน

ตอนนั้นเอง ที่ หม่า หยุน ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทอินเตอร์เน็ต “สำหรับจีน” ขึ้นมา

“ไชน่าเพจเจส” คือความพยายามแรกของหม่า หยุน มันล้มเหลวไม่เป็นท่าโดยเร็ว แต่เขายังยิ้มสู้

4 ปีต่อมา เขา “กวาดต้อน” เพื่อนฝูง 24 คนมาจนแน่นอพาร์ตเมนท์คับแคบของเขา ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงอธิบายถึงแนวความคิดในการก่อตั้งธุรกิจที่เป็น “ตลาด” ออนไลน์ ที่จะใช้ชื่อ “อาลีบาบา”

23 คนในจำนวนนั้นบอกกับหม่า หยุนว่า ลืมๆ มันไปเหอะ “มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่บอกผมว่า แจ็ค ถ้านายอยากลอง ก็ลองเลย ผิดท่าผิดทางอะไรก็กลับมาหาเราอีกที ” หม่า หยุนเล่าเอาไว้อย่างนั้น

เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกลำดับไว้เป็นขั้นเป็นตอนในพิพิธภัณฑ์ของบริษัทในหังโจว หลังจากที่อาลีบาบาประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ

ทุกวันนี้ หม่า หยุน กลายเป็นคนที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในจีน รวมมูลค่า 31,000 ล้านดอลลาร์ เบียด หวัง เจี้ยนหลิน เจ้าพ่ออสังหาฯและกิจการบันเทิงลงไปอยู่อันดับสองแล้ว

คนนำชมพิพิธภัณฑ์ความเป็นมาของอาลีบาบา ชี้ให้ดูกล้องถ่ายภาพโทรมๆ ตัวหนึ่ง ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในตู้กระจก เขาบอกว่าบริษัทตามหาอยู่พักใหญ่จึงสามารถซื้อมันกลับมาจัดแสดงไว้ได้
ทำไม?

“เพราะนี่คือกล้องมือสองที่เป็นสินค้าตัวแรกที่ขายได้ในอาลีบาบา เป็นสินค้าชิ้นแรกในรอบ 4 เดือน ก่อนหน้านั้นอาลีบาบาขายอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว”

ความคึกคักในงาน “เถาเป่า เมคเกอร์ เฟสติวัล”

“เถาเป่า เมคเกอร์ เฟสติวัล” คืองาน “อวดไอเดีย” ที่จัดขึ้นมาเพื่อแสดงให้ชาวจีนไม่ว่าจะยากดีมีจนเห็นว่า จะ “ทำมาหากิน” จนประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ได้อย่างไร งานนี้จัดเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ หม่า หยุน ก่อตั้ง “เถาเป่า” ขึ้นมาเมื่อปี 2003

ขยายความเพิ่มเติมกันเล็กน้อยว่า ทุกวันนี้ อาลีบาบา กลายเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ที่มีกิจการมากมายอยู่ในเครือ (รวมทั้ง ลาซาดา ในไทยและภูมิภาคอาเซียน, เคเอฟซีในจีน เป็นต้น) กิจการทั้งหมดในเครืออาลีบาบา ถ้าหากไม่เป็นไปเพื่อสร้างและเสริมสภาวะแวดล้อมให้ “ธุรกิจการค้าขายออนไลน์” ในจีน “เป็นไปได้” และ “เจริญรุ่งเรือง” ได้ ก็จะเป็น “ตัวอย่างธุรกิจ” ที่แสดงให้เห็นว่า จะทำมาหากินบนอินเตอร์เน็ตให้รุ่งเรือง ประสบความสำเร็จได้ ต้องทำอย่างไร

ตัวอย่างเช่น อาลีบาบา มี “ทีมอลล์” สำหรับขายสินค้าที่มี “แบรนด์” ในจีน และยังมี “ทีมอลล์ โกลบอล” สำหรับขายสินค้าจีนไปทั่วโลก และขายสินค้าทั่วโลกให้กับลูกค้าชาวจีน

มี “อาลีเพย์” สำหรับเป็นเครื่องมือสำคัญในการซื้อขายออนไลน์และอีกหลายๆอย่าง มี “แอนท์ไฟแนนซ์” ที่เป็นสถาบันการเงินและทำหน้าที่เป็นเสมือน กองทุนร่วมกิจการ (เวนเจอร์ แคปิตอล) กลายๆในจีน

อาลีบาบา มี “เหอหม่า มาร์เก็ต” ธุรกิจล่าสุดของอาลีบาบา ที่เป็น “ลูกผสม” ระหว่างกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ต “ออฟไลน์-ออนไลน์” ที่ให้บริการส่วนประกอบของมื้ออาหารถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาทีเพื่อประกันความสดใหม่ ซึ่งเป็นการก้าวสู่ธุรกิจอาหารก่อน อเมซอน ในสหรัฐอเมริกานานถึง 1 ปี

มีแม้กระทั่ง “อาลี พิคเจอร์ส” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ภาพยนตร์เพื่อความรู้และความบันเทิงทั้งหลาย ก็สามารถ “ขายตรง” จากผู้สร้าง ผู้ผลิต สู่ผู้ต้องการเสพรับความบันเทิงโดยตรงได้ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องผ่านร้านดีวีดีหรือโรงภาพยนตร์อีกต่อไปแล้ว

หรือ “เถาคาเฟ่” ที่มีขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า เราไม่ต้องพกเงินเข้าไปกินกาแฟและซื้อสิ่งละอันพันละน้อยได้อย่างไร

ในจำนวนหลายกิจการเหล่านี้ สำหรับผมแล้ว “เถาเป่า” มีความพิเศษที่สุด เหตุเพราะ เถาเป่า ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดธุรกิจเพียงถ่ายเดียว แต่ยังหลอมรวมแนวคิดเรื่องการพัฒนา เรื่องการกระจายรายได้ เรื่องความเสมอภาค อยู่ในนั้นเสร็จสรรพ นี่ยังไม่นับเรื่องการเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจในแนวทางสร้างสรรค์สำหรับอนาคตของประเทศอีกด้วย

“เถาเป่า” เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำอย่างไรคนในชนบทห่างไกลทั่วจีนถึงจะขายของให้กับคนเมืองได้? ทำอย่างไร มาตรฐานการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ยากจนเหล่านั้นถึงจะขยับใกล้เคียงและสามารถซื้อหาอะไรก็ได้เหมือนที่คนในเมืองทำได้? และที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรถึงจะสามารถควานหาไอเดียใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ในทางธุรกิจได้จากฐานรากที่ใหญ่โตมหาศาลในระดับประเทศ

เถาเป่า เป็นพื้นที่ออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วประเทศจีนสรรหา คิดค้น และ ขายอะไรก็ตามที่คิดว่าขายได้ ซื้ออะไรก็ตามที่อยากซื้อ

ทุกคนสามารถเริ่มต้น “ธุรกิจ” ในเถาเป่าได้ ร้านค้าในเถาเป่าจึงมีมากมายเป็นระดับ “หลายล้านร้าน” และถูกคัดสรรมาเพียง 108 ร้าน เพื่อนำมา “อวด” ให้เป็นตัวอย่างให้ไปคิดกันต่อในงานครั้งนี้

ผมพบ “เถ้าแก่น้อย-ใหญ่” เจ้าของไอเดียแปลกใหม่ในงานนี้มากมาย ตั้งแต่ชาวฝรั่งเศสที่มาลงหลักปักฐานในปักกิ่ง แล้วหลงใหลในแพทเทิร์นเครื่องแต่งกายพื้นเมืองจีน นำมาดัดแปลงทำเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับเด็กออกมาขายจนกลายเป็นธุรกิจทำรายได้มหาศาล มีทั้งเจ้าของกิจการประกอบคอมพิวเตอร์ตามสั่งเล็กๆ ที่สามารถประกอบคอมพิวเตอร์ขายในราคาเครื่องละ 70,000-120,000 หยวน (ราว 300,000-600,000 บาท) ตามออร์เดอร์จากทั่วประเทศและทั่วโลก

มีเจ้าของกิจการที่มีความสามารถในการเขียนอักขระจีนตามแบบโบราณ แต่นำมาปรับใหม่ให้เป็นข้อความทันสมัย ทำเป็นทั้งแผ่นป้ายผ้า หรืออื่นๆ ขายผ่านเถาเป่า เป็นต้น

ที่น่าทึ่งก็คือ “เถาเป่า เมคเกอร์ เฟสติวัล” เรียกผู้เข้าชมโดยเฉพาะคนจีนรุ่นใหม่เข้างานได้แน่นขนัด และครึกครื้น ทั้งๆ ที่มีการ “เก็บค่าเข้าชม” และ “ไม่มีของ(ลดราคา)ขาย”

แต่เขาเล็งเห็นคุณค่าของการไปช็อปปิ้งไอเดียกันเท่านั้นเอง

 

 

หากเถาเป่า สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ลืมรากจากบ้านนอกของหม่า หยุน ปาฐกถาพิเศษที่แจ็ค หม่า กล่าวปิด “โกลบอล เน็ตเทอร์เพรเนอร์ คอนเฟอเรนซ์” งานใหญ่อีกงานควบคู่กัน ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็น “ครู” ที่ไม่ได้เลือนหายไปจากตัวเขาแม้แต่นิดเดียวเช่นเดียวกัน

เขาเชื่อว่า โลกกำลังพลิกโฉมหน้าใหม่อีกครั้ง กลายเป็นโลกใบใหม่ที่ระบบการผลิตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแหล่งใดแหล่งหนึ่งอีกต่อไป เช่นเดียวกันกับฐานของผู้บริโภคที่จะกระจายตัวออกไปครอบคลุมทั่วทั้งโลก

การผลิตที่ถูกบงการด้วยความต้องการเป็นเอกลักษณ์ เป็นแบบฉบับของปัจเจกบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่เป็นลูกค้าสำคัญ

เขายืนกรานว่าไม่มีชาติใด สามารถรองรับการเป็น “โรงงานผลิต” ของโลก หรือ “คลังอาหารโลก” ได้อีกต่อไปเพราะความต้องการดังกล่าว ไม่แม้กระทั่ง “จีน”

“คนออกแบบอาจเป็นผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา ถูกส่งไปสู่สายพานการผลิตในเยอรมนีและอื่นๆ แล้วส่งต่อมาประกอบที่จีน หลังจากนั้นจึงขายออกไปทั่วโลก” ภายใต้เครือข่ายค้าขายออนไลน์ ที่ทุกคนซื้อได้ ขายได้ ชำระเงินและรับส่งสินค้าได้ทั่วทุกมุมโลก และทุกชนิดทุกรูปแบบของสินค้า

นั่นคือการล่มสลายของ “แหล่งกำเนิดสินค้า” ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ในเวลานี้ อย่าง “เมดอิน ไชนา” หรือ “เมดอิน ยูเอสเอ”

ทุกอย่างจะกลายเป็น “เมดอิน อินเตอร์เน็ต” ไปทั้งหมด ทั้งยังกลายเป็นระบบการผลิตที่ผูกโยงกันโดยตรงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค เป็น “ซีทูบี” โดยแท้ เขาย้ำ

และนั่นคือโอกาสของ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โอกาสของบรรดา “เอสเอ็มอี” ทั้งหลาย
ในทัศนะของ แจ็ค หม่า “บิ๊ก บิสสิเนส” กับ “กู้ด บิสสิเนส” เป็นคนละอย่างกัน กิจการขนาดใหญ่ไม่ใช่กิจการที่ดีเสมอไป

“ยิ่งโตมากขึ้นเท่าใด ยิ่งเหนื่อยล้า อุ้ยอ้ายมากขึ้นเท่านั้น” คือเหตุผลของแจ็ค หม่า

“ความสำเร็จของเมื่อวาน มักทำให้การรุดหน้าชะงัก คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เปลี่ยนแปลงยากที่สุด” เขาย้ำ

แต่เป็นแค่ เอสเอ็มอี ควรหรือที่จะคิดการในระดับโลก? แจ็ค หม่า ยืนยันว่า “ควร” เขายืนยันว่าธุรกิจทุกอย่างทุกขนาด จำเป็นต้องคิดการในระดับโลก

“ถึงตอนนี้ ถ้าบริษัทคุณไม่คิดดำเนินงานในระดับโลก คุณไม่มีแม้แต่โอกาสจะประสบความสำเร็จ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะละเลยโลกาภิวัฒน์ของโลกทุกวันนี้”

เขาบอกว่า หลังจากว่างเว้นไม่แสดงปาฐกถาทำนองนี้มาสองปี ก็ตัดสินใจออกมาพูดอีกครั้ง เพื่อเตือนให้เพื่อนร่วมชาติทุกคนเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง ผันแปรของโลก ได้ตระหนัก รับรู้ เรียนรู้และปรับตัวรับมือหรือแสวงหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้

เขาย้ำถึง “5ใหม่” ที่อาลีบาบาเคยนำเสนอไว้เมื่อปีที่แล้ว ว่ายังเป็นเทรนด์สำคัญที่ต้องเรียนรู้และใช้ประโยชน์ ตั้งแต่การ “ค้าปลีก” แบบใหม่, การผลิตแบบใหม่, การเงินแบบใหม่, เทคโนโลยีใหม่ และพลังงานใหม่
ค้าปลีกใหม่จะหลอมรวมเอาออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน, การผลิตใหม่จะเข้าสู่โมเดล “ซีทูบี”, การเงินใหม่จะเอื้อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม, เทคโนโลยีใหม่อย่าง “บิ๊กดาตา” และ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” จะยังประโยชน์มหาศาลให้กับผู้ประกอบการ, พลังงานใหม่ คือการใช้ดาตาอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ผู้ค้าส่งสินค้าถึงผู้บริโภคเร็วกว่า ดีกว่า

เขายอมรับว่าการเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ธุรกิจใหม่ก็เหมือน “ลูกเล็กๆ เพิ่งลืมตาดูโลกของเรา นอกจากคุณแล้ว ไม่มีใครคิดหรอกว่าเธองามหมดจด” แจ็ค หม่าบอก

“แต่เธอจะโตขึ้นมา งดงามยิ่งกว่าเดิม และผ่านกาลเวลานานไป ก็จะกลายเป็นความยิ่งใหญ่ในที่สุด”

แจ็ค หม่า “สอน” เอาไว้ว่า อย่ายึด “ความสุขของตัวเอง” เป็นที่ตั้งในการทำธุรกิจ ตรงกันข้าม “ทำให้พนักงานของคุณมีความสุข ทำให้ลูกค้าของคุณมีความสุข แล้วคุณก็จะมีความสุขเอง”

ธุรกิจที่ดำเนินการทำนองนี้ คือธุรกิจที่ยั่งยืน อยู่ได้ยาวนาน ในความเห็นของ แจ็ค หม่า หยุน

ซึ่งยัง “ยินดีต้อนรับ” ธุรกิจใหม่สู่โลกใหม่ใบเดิมของครูบ้านนอกแซ่หม่าคนนี้เสมอ!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประกาศปิดสนามบินสกลนครถึงเที่ยงคืน 31 ก.ค. ชี้น้ำยังท่วมสูง
บทความถัดไปกองปราบฯจับมือทหารจู่โจมจับ’บังซุบ’เปิดร้านซ่อมปืนเถื่อน’กรุงเก่า’ ยึดอาวุธ-กระสุนอื้อ