สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมว่า ได้ขับนักการทูตชาวคิวบา 2 คนประจำสถานทูตในกรุงวอชิงตันออกไปเมื่อเดือนพฤษภาคมหลังเกิด “เหตุการณ์” ที่ไม่สามารถระบุได้ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางร่างกายต่อนักการทูตชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่สถานทูตสหรัฐในกรุงฮาวานาของคิวบา
นางฮีเธอร์ นอเอิร์ต โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า สภาวการณ์ที่แน่นอนของเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นยังไม่แน่ชัด แต่นักการทูตชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สถานทูตสหรัฐในคิวบาต้องกลับมายังสหรัฐด้วยเหตุผลทางการแพทย์ โดยสหรัฐรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2559
“เรายังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับแหล่งที่มาหรือสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว” นางนอเอิร์ตกล่าว และว่า “มันส่งผลให้เกิดอาการป่วยทางร่างกายที่หลากหลายต่อพลเมืองชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐ เราถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องร้ายแรง และยังคงมีการสอบสวนเรื่องนี้ดำเนินอยู่ในขณะนี้”
ผลที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐขอร้องให้นักการทูตชาวคิวบาในกรุงวอชิงตัน 2 รายออกจากประเทศไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และพวกเขาตกลงทำเช่นนั้น
รัฐบาลคิวบายืนยันข่าวดังกล่าววันเดียวกัน และระบุว่า ได้คัดค้านการร้องขอดังกล่าวของสหรัฐ และเรียกร้องให้ร่วมมือกันสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวที่กรุงฮาวานา เมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วย
นางนอเอิร์ตระบุว่า ลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ชัดเจน แม้ว่าอาการป่วยของชาวอเมริกันกลุ่มดังกล่าวไม่เป็นอันตรายคุกคามต่อชีวิต
สหรัฐและคิวบาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตกันใหม่ในปี 2558 หลังจาก 5 ทศวรรษแห่งความเป็นปฏิปักษ์ โดยทั้ง 2 ชาติเปิดสถานทูตในเมืองหลวงของแต่ละฝ่าย เป็นการเปิดฉากความร่วมมือบทใหม่ของอดีตคู่อริในยุคสงครามเย็น
ทว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เพิกถอนนโยบายบางประการของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่มีต่อคิวบาไป ทั้งการประกาศกฎที่เข้มงวดขึ้นสำหรับชาวอเมริกันที่จะเดินทางไปยังคิวบาและคงไว้ซึ่งมาตรการปิดล้อมทางการค้าบางอย่างต่อคิวบา

