เมื่อวันที่ 7 มีนาคม องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ตีพิมพ์รายงานต้อนรับวันสตรีสากล เปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำในที่ทำงานระหว่างผู้ชายและผู้หญิงลดลงเพียงเล็กน้อย ที่ระดับ 0.6 เปอร์เซ็นต์
รายงานชิ้นนี้มาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลในประเทศต่างๆ 178 ประเทศ และพบว่าผู้หญิงมีอัตราส่วนการเข้าร่วมกำลังแรงงานต่ำกว่าอัตราส่วนของผู้ชายในปี 2558 ที่ระดับ 25.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงมีโอกาสว่างงาน 6.2 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าผู้ชายที่มีอัตราการว่างงาน 5.5 เปอร์เซ็นต์ และผู้หญิงมักต้องรับอาชีพที่มีคุณภาพต่ำกว่า
นอกจากนี้ รายงานไอแอลโอระบุอีกว่า การกระจายสัดส่วนของงานให้การดูแลโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและงานบ้านยังคงปราศจากความเท่าเทียมกันทั้งในประเทศที่มีรายได้สูงหรือประเทศที่มีรายได้ต่ำ แม้ความเหลื่อมล้ำจะลดลงก็ตาม
ไอแอลโอเผยอีกว่า ผู้หญิงมักทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมงมากกว่าผู้ชาย โดยคำนวณจากภาคของงานที่ให้ค่าตอบแทนและงานที่ไม่ได้ค่าตอบแทน

ขณะที่แกรนท์ ธอร์นตัน บริษัทด้านการสอบบัญชี เปิดเผยการวิจัยพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตรส่วนของผู้หญิงในตำแหน่งระดับสูงทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ระดับ 24 เปอร์เซ็นต์
โดยประเทศไทยครองอันดับ 4 ร่วมกับประเทศเอสโตเนีย ในการจัดอันดับประเทศที่มีผู้หญิงครองตำแหน่งระดับสูงมากที่สุด ที่ระดับ 37 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ระดับ 34 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกเกิดใหม่ที่ระดับ 26 เปอร์เซ็นต์ด้วย
รัสเซียครองอันดับ 1 ของประเทศที่มีผู้หญิงครองตำแหน่งระดับสูงมากที่สุด 45 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยฟิลิปปินส์และลิทัวเนีย ที่ระดับ 39 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นครองแชมป์ประเทศที่มีผู้หญิงครองตำแหน่งระดับสูงน้อยที่สุด 7 เปอร์เซ็นต์ เยอรมนีและอินเดียอยู่ที่อันดับ 2 และ 3 ในระดับ 15 เปอร์เซ็นต์ และ 16 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

