คอลัมน์ People In Focus: อับเดลบากี เอส แซตตี อิหม่ามผู้ต้องสงสัยโจมตีสเปน

24.08.17 | 17:34 น.

อับเดลบากี เอส แซตตี เป็นอิหม่ามชาวโมร็อกโก ประจำมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองริโพล ที่อยู่ห่างจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ไปทางเหนือราว 90 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา “แซตตี” ขอลาพักร้อนกับมัสยิดที่เขาเทศนาอยู่ประจำ โดยให้เหตุผลว่าจะกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อสะสางปัญหาเรื่องมรดก

ทว่า เวลานี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า แซตตี คือหนึ่งในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่บ้านหลังหนึ่งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เหตุระเบิดจากความผิดพลาดซึ่งทำให้กลุ่มก่อการร้ายต้องเปลี่ยนแผนมาใช้การขับรถพุ่งชนคนบนถนนลาส แรมบลาส ในเมืองบาร์เซโลนา ในวันถัดมา หนึ่งในเหตุโจมตีสองครั้งซ้อนซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยคน

นอร์ดีน เอล ฮาจี คนขายผลไม้วัย 45 ปี ผู้ที่อาศัยอยู่อพาร์ตเมนท์เดียวกันกับแซตตี เล่าว่าเขาเป็นคนพูดน้อยและมักจะขลุกตัวกับคอมพิวเตอร์ และหนังสือสองสามเล่ม ในห้องเช่าราคา 150 ยูโรต่อเดือนแห่งนี้

หนังสือพิมพ์เอลมุนโด ของสเปน อ้างแหล่งข่าวต่อต้านก่อการร้ายระบุว่า แซตตี เคยติดคุกช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้เขาได้สร้างสัมพันธ์กับ “ราชิด อักลิฟ” นักโทษผู้มีฉายา “เดอะแรบบิต” ที่รับโทษจำคุก 18 ปีจากการก่อเหตุระเบิดรถไฟในกรุงมาดริด เมื่อปี 2547 เหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในที่เคยเกิดขึ้นในยุโรป ซึ่งคร่าชีวิตคนไปถึง 191 คน

Advertisement

สื่อท้องถิ่นของสเปนตั้งข้อสงสัยว่า แซตตี นั้นอาจเป็นผู้นำศาสนาที่ล้างสมองเยาวชนเพื่อสร้างเครือข่ายและไปก่อเหตุร้ายขึ้น ทว่า โมฮัมเหม็ด อัคฮายัด ช่างไฟฟ้าวัย 26 ปีที่มักประกอบศาสนกิจที่มัสยิด ระบุว่าแซตตีนั้นดูเป็นอิหม่ามปกติในที่สาธารณะ

ขณะที่ชาวโมร็อคโก อีกรายที่รู้จักแซตตี บอกว่า แซตตี นั้นเป็นคนสันโดษ และมักอยู่รวมกลุ่มกับเด็กวัยรุ่นมากกว่าคนในวัยเดียวกัน

ด้านฟรานเซส ชิมาโน ชาวสเปนผู้อาศัยอยู่บนถนนที่แซตตี อาศัยอยู่ระบุว่า แซตตี นั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นคนเคร่งศาสนามาก

“เขาต้องการให้ชาวโมร็อคโกคิดเหมือนเขา โดยให้ศาสนานั้นอยู่เหนือทุกๆสิ่ง” ชิมาโน ระบุ และว่าเขาต้องการให้ผู้หญิงโมร็อคโกทุกๆคนในเมืองนี้ใส่ชุดมิดชิดแบบอิสลามด้วย

แฮมมู มินฮัจ ชาวโมร็อคโก และเลขาธิการชุมชนมุสลิมในเมืองริโพล ระบุว่า แซตตี เข้ามาอาศัยในเมืองริโพลเมื่อปี 2558 ก่อนที่จะไปเป็นอิหม่ามในประเทศเบลเยี่ยม ก่อนที่จะกลับมาริโพล อีกครั้ง โดยมินฮัจ เล่าด้วยว่าช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน แซตตี ขอลากลับประเทศโมร็อคโกเพื่อพักผ่อนเป็นเวลา 3 เดือน

ขณะที่ญาติของยูเนส อาบูยาคูบ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุขับรถตู้ชนคน ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศโมร็อคโก บอกว่า แซตตี นั้นมีบทบาทในการล้างสมองเยาวชนซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึงยูเนส ที่ถูกตำรวจยิงวิสามัญดับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะไล่ล่าจับกุม

นอกจากนี้เพื่อบ้านใกล้ชิดกับครอบครัวอาบูยาคูบ ยังยืนยันด้วยว่า แซตตี นั้นเป็นผู้รวบรวมชาวโมร็อคโกในเมืองริโพลและก่อเหตุก่อการร้ายขึ้น