หน้าแรก ต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อั...

เจ้าหน้าที่อังกฤษสารภาพกลางศาลทำผิดกฎหมายให้ข้อมูลตำรวจไทยคดีเกาะเต่า

30.08.17 | 19:58 น.

เดอะการ์เดียนรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศาลสูงอังกฤษตัดสินว่า ตัวแทนของสำนักงานต่อต้านอาชญากรรมแห่งชาติ (เอ็นซีเอ) ของอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรงในทำนองเดียวกับ เอฟบีไอของสหรัฐอเมริกา ให้การรับสารภาพระหว่างการพิจารณาคดี ว่าไม่ได้ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินงาน และข้อกำหนดตามกฎหมาย ด้วยการมอบข้อมูลสำคัญในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า ต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย โดยการมอบข้อมูลดังกล่าวให้กับตำรวจไทยดังกล่าวนั้น ไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เป็นแนวปฏิบัติซึ่งรัฐบาลอังกฤษกำหนดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายของอังฤษส่งมอบข้อมูลใดๆ อันจะเป็นการให้ความช่วยเหลือให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นในประเทศอื่น นอกจากนั้น การกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการละเมิดกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดให้การให้ความช่วยเหลือต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากหัวหน้าหน่วยงานในระดับผู้อำนวยการ หรือไม่ก็ต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรีประจำกระทรวงกิจการภายในก่อน แต่เป็นการให้ข้อมูลต่อทางการไทย หลังจากมีการ “หารืออย่างไม่เป็นทางการ” กับนักการทูตอังกฤษรายหนึ่งในประเทศไทยเท่านั้น

รายงานข่าวระบุว่า คดีดังกล่าวนั้น ทนายความของจำเลยในคดีเกาะเต่าเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของเอ็นซีเอ ซึ่งตกเป็นจำเลยในข้อหากระทำผิดกฎหมายอังกฤษดังกล่าว หลังจากทีมทนายความจำเลยพบว่า หลักฐานสำคัญซึ่งทางตำรวจไทยใช้ในการเอาผิดจำเลยในคดีเกาะเต่านั้น เป็นหลักฐานที่ได้จากเจ้าหน้าที่ของเอ็นซีเอ ซึ่งคือ ข้อมูลบันทึกการใช้โทรศัพท์ของนายเดวิด มิลเลอร์ วัย 24 ปี ที่ทำให้อัยการสามารถระบุได้ชัดเจนว่า เหยื่ออยู่ในบริเวณเดียวกันกับจำเลยในคดีเกาะเต่าคือนาย ซอ ลิน และ นาย ไว พโย ผู้ใช้แรงงานชาวพม่า จนนำไปสู่การพิพากษาประหารชีวิตจำเลย

ทั้งนี้นอกเหนือจากข้อมูลดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังอ้างว่า เอ็นซีเอ ส่งผ่านข้อมูลการสอบสวนของเอ็นซีเอ เองให้กับทางตำรวจไทยอีกรวมทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกัน ด้วยวิธีการที่เป็นการละเมิดกฎหมายของอังกฤษทั้งหมด

ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายชัดเจนต่อต้านการลงโทษประหาร และกำหนดแนวปฏิบัติไว้ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของตนให้ข้อมูลใดๆที่จะช่วยให้จำเลยในคดีใดๆ ต้องถูกประหารชีวิต หรือถูกดำเนินคดีในลักษณะละเมิดสิทธิมนุษยชนในต่างแดน นอกเหนือจากนั้นแล้ว ตามกฎหมายอังกฤษ การส่งผ่านข้อมูลการสืบสวนสอบสวนใดๆต้องได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการดังกล่าว

ในการพิจารณาคดีเกาะเต่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ประหารชีวิตนายซอ ลินและ นาย ไว พโย เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่ากระทำผิดจริง กระทำฆาตกรรม น.ส. ฮันนาห์ วิเธอริดจ์ และ นายเดวิด มิลเลอร์ ตามฟ้อง ทีมทนายจำเลยยื่นอุทธรณ์ ในขณะที่กลุ่ม “รีพรีฟ” ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการประหารชีวิต อ้างว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวไม่เป็นธรรม จำเลยถูกทารุณกรรม และต้องโทษถึงประหารซึ่งรัฐบาลอังกฤษมีนโยบายต่อต้านนั่นเอง นอกจากนั้น รีพรีฟ ยังอ้างด้วยว่า หลักฐานที่เอ็นซีเอ ส่งมอบให้กับตำรวจไทยนั้นถูกนำไปใช้อย่างไม่เป็นธรรมต่อจำเลยในคดีเกาะเต่า เพราะข้อมูลของเอ็นซีเออาจบ่งชี้ได้ว่า มีผู้กระทำผิดรายอื่น ซึ่งอาจส่งผลในการต่อสู้คดีมากขึ้นแต่ข้อมูลทั้งหมดกลับไม่ได้ส่งให้กับทีมทนายความจำเลยอีกด้วย

Advertisement

การ์เดียนระบุว่า ทางเอ็นซีเอ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อคดีนี้จนกว่า ศาลจะมีคำสั่งอย่างเป็นทางการในการทำความตกลงเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ รายงานข่าวไม่ได้ระบุว่า คดีฟ้องร้องเอ็นซีเอดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคดีเกาะเต่าที่กำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์เช่นกัน