เมื่อวันที่ 1 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุว่า สถานะการเงินของไทยเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ลดลง โดยสถานการณ์การเมืองที่ผ่อนคลายมากขึ้นในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวได้ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และยังได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งมากขึ้น
ทั้งนี้ มูดี้ส์ จัดอันดับสถานะสินเชื่อของรัฐบาลอยู่ที่ระดับ บีเอเอ1 โดยภาพรวมมีเสถียรภาพ โดยมูดี้ส์คาดว่า อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปี 2560 นี้ จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 3.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา
ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ ที่อ่อนแอลง รวมถึงประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งจะผลต่อการขยายตัวทางทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เรื่องของอุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ แม้รัฐบาลจะมีการปรับนโยบายด้านการเงินและการคลังแล้วก็ตาม ศักยภาพการแข่งขันของไทยยังลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนจากเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติที่ลดลง โดยปี 2559 การลงทุนจากต่างประเทศในไทยลดลงต่ำสุดตั้งแต่ปี 2548
มูดีส์ยังคาดหวังว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือนที่มั่นคงจะนำไปสู่ความมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้นในไทย ซึ่งภาวะที่มั่นคงนี้จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของไทยหากมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการฟื้นฟูศักยภาพในการแข่งขันในภาคการลงทุนทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยกลับมาดีขึ้นในระดับที่เคยเป็นมา

