ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน เป็นหนึ่งในผู้นำประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นผู้ครอบครองอาวุธร้ายแรงที่สุดอยู่ในมือ อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้กุมชะตาคาบสมุทรเกาหลีในเวลานี้
การทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงระเบิดที่คาดกันว่าจะเป็นระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์อานุภาพร้ายแรงครั้งล่าสุด เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ผู้นำคิมพยายามอย่างไม่ลดละที่จะนำเกาหลีเหนือ ไปสู่การเป็นชาติติดอาวุธนิวเคลียร์อันน่าเกรงขาม โดยไม่สนการโต้แย้งทัดทานของประชาคมโลกใดๆ
ตลอดช่วงเวลา 6 ปี ในการครองอำนาจต่อจากพ่ออย่าง คิม จอง อิล อดีตผู้นำผู้ล่วงลับ คิม จอง อึน แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้นำในวัยไม่ถึง 30 ปี คนนี้ไม่ใช่ผู้นำที่จะถูกคนกลุ่มเล็กๆ ชักใยอยู่เบื้องหลังได้ง่ายๆ
การสั่งประหาร จาง ซอง แต๊ก ที่ปรึกษาและอาเขยในข้อหากบฏ เมื่อปี 2556 และการต้องสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารพี่ชายอย่าง คิม จอง นัม ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน
คิม จอง อึน เกิดกับแม่ที่มีชื่อว่า โก ยอง ฮี นักเต้นชาวเกาหลีเชื้อสายญี่ปุ่น ภรรยาคนที่สามของคิม จอง อิล ซึ่งเชื่อกันว่าเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมเมื่อปี 2547
ทายาทผู้นำโสมแดง ถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยได้รับการดูแลจาก โก ยอง ซุก ผู้เป็นป้า
เจ้าหน้าที่และเพื่อนที่โรงเรียนซึ่งมีรายงานว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่า คิม จอง อึน คือทายาทครอบครัวผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า เขาเป็นเด็กชายขี้อายที่ชื่นชอบการเล่นสกี ขณะที่ดาราฮอลลีวู้ดในดวงใจคือ ฌอง โคล้ด แวน แดมม์
โก ยอง ซุก คุณป้าผู้ที่แปรพักตร์ไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2541 ให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์ ระบุถึงบุคลิกของคิม จอง อึน ไว้ว่า เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิด และความอดทนต่ำ และเป็นผู้ที่คลั่งไคล้บาสเกตบอลเป็นชีวิตจิตใจ
นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ เดนิส รอดแมน นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอชื่อดังเป็นชาวตะวันตกเพียงไม่กี่คนที่ได้เดินทางไปยังกรุงเปียงยาง เพื่อพบกับคิม จอง อึน หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
คิมผู้ที่ “รอดแมน” ยืนยันว่าเกิดวันที่ 8 มกราคม 2526 นั้นรู้เป็นครั้งแรกในวันเกิดอายุครบ 8 ปี ว่าเขาจะได้เป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนต่อไป ก่อนที่ในปี 2551 คิมจะปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังพ่อล้มป่วยจากเส้นเลือดในสมองแตกส่งผลให้แผนการสืบทอดตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือครั้งที่สองต้องถูกร่นระยะเวลาเข้ามาให้เร็วขึ้น
ต่างจากคิม จอง อิล ผู้เป็นพ่อ ที่ได้รับการเตรียมตัวยาวนานนับ 10 ปี ก่อนขึ้นเป็นผู้นำต่อจากคิม อิล ซุง ในปี 2537

