เมื่อเวลา 04.20 น. วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ส่วย ส่วย วิน หรือหมอดูอีที โหรหญิงชื่อดังชาวพม่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั้งในพม่าและประเทศต่างๆ รวมทั้งในพม่าและประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 58 ปี ที่บ้านพัก ในหมู่บ้านซาวาน่า เฮ้าซิ่ง ย่านติงกานจูน กรุงย่างกุ้ง และทำพิธีทางศาสนาที่บ้านพักดังกล่าวซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น
ร่างของ หมอดูอีที บรรจุในโลงแก้ว ประดับด้วยดอกไม้สีชมพู ด้านล่างเป็นสีทอง บริเวณใกล้เคียงตั้งภาพถ่าย หมอดูอีที พร้อมแก้วน้ำดื่ม และแก้วกาแฟ วางอยู่ไว้ใกล้กัน โดยมีญาติ ลูกศิษย์ และชาวบ้านจำนวนมาก มาร่วมพิธีจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า
พิธีฝังศพจะมีขึ้นในเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 12 กันยายน ที่สุสานเยเว่ จากนั้นจะมีพิธีทำบุญครบ 7 วัน ในวันที่ 16 กันยายน
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต สี พยอ หลานชายของหมอดูอีที เผยกับเว็บไซต์ฟรอนเทียร์ว่า หมอดูอีทีไม่ได้เสียชีวิตเพระป่วยเป็นโรคใดๆ แต่เป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติและเป็นไปอย่างสงบขณะที่เธอกำลังนอนหลับ
หลังการเสียชีวิตของหมอดูชื่อดังชาวพม่า สื่อพม่าและสื่อประเทศต่างๆ ก็รายงานข่าวในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะประวัติความเป็นมา และผลงานการทำนายทายทักต่างๆ ที่ผ่านมา
สำหรับฉายาว่า หมอดูอีที ว่ากันว่าเป็นเพราะรูปลักษณ์ของ ส่วย ส่วย วิน ที่หลังค่อม นิ้วมือ นิ้วเท้าหงิก และพูดไม่ได้ มีความคล้ายกับตัวละครที่เป็นมนุษย์ต่างดาวในภาพยนตร์เรื่อง อี.ที. ดิ เอ็กซ์ตรา-เทอร์เรสเตรียล จากฝีมือผู้กำกับชื่อดัง สตีเว่น สปีลเบิร์ก
หมอดูอีที จะทำนายทายทัก ผ่านการสื่อสารของ ตี ตี วิน ผู้เป็นน้องสาว และญาติๆ ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นล่ามให้ โดยอ่านปากของ หมอดูอีที แล้วญาติจะเขียนใส่กระดาษให้กับผู้ที่มาขอให้ทำนาย ซึ่งบอกกันปากต่อปากว่าแม่นยำมาก
ผู้ที่เชื่อถือ มาใช้บริการของ หมอดูอีที ส่วนใหญ่จะเป็นคนชื่อดัง ทั้งนักการเมือง ผู้นำทหาร นักธุรกิจ ไฮโซ และดารา จากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะแถบเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์และไทย แห่มาดูดวงกับ หมอดูอีที อย่างเนืองแน่น แต่ต้องจองคิวล่วงหน้า
พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลทหารพม่า และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทย ก็เคยใช้บริการ
การทำนายแต่ละคนจะใช้เวลาไม่เกิน 15-30 นาที คิดค่าดูครั้งละ 1 พันเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นบาทไทย มีกระแสข่าวว่า หมอดูอีที ทำรายได้มากถึงเดือนละ 230-340 ล้านบาท โดยนำเงินส่วนหนึ่งไปตั้งมูลนิธิช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และนำไปสร้างสาธารณประโยชน์มากมายให้กับประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง
การทำนายครั้งสำคัญๆ ของ หมอดูอีที เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่า หมอดูอีที เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าและไม่สามารถอธิบายได้หลายครั้ง ตั้งแต่การย้ายเมืองหลวงจากนครย่างกุ้งเป็นกรุงเนปิดอว์ในปี 2548
รวมถึงกรณีที่นายพลตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ระหว่างปี 2535-2554 นุ่งลองยีหรือโสร่งแบบผู้หญิง ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าว่าเป็นคำแนะนำของ หมอดูอีที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงซึ่งคือ ออง ซาน ซูจี มีอำนาจเป็นผู้นำประเทศ
สำหรับความเชื่อเรื่องดวงชะตาในวัฒนธรรมของชาวพม่านั้น ตูซาร์ นวย อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง บอกว่า อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนในทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายในแต่ละวัน การทำธุรกิจการค้า การเดินทาง และอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม คำว่าดวงชะตาในที่นี้ เน้นไปที่ โหราศาสตร์ อย่างการทำนายจากราศี วันเดือนปีเกิด ชีวิตประจำวันของคนพม่า ทุกเรื่องอยู่กับโหราศาสตร์หมด วันนี้ควรใส่สีอะไร ไปทิศไหน คนที่จะทำการค้า ลงทุนร่วมกัน ดวงสมพงษ์ไหม ช่วงนี้ราศีอยู่ตรงไหน เน้นไปที่การตรวจดวงชะตา โดยคำนวณจากวันเดือนปีเกิด สำหรับแนวทางแบบหมอดูอีที หรือแนวเข้าทรง มีเทพมาครอง มีวิญญาณติดตามแล้วสื่อสาร มีน้อยมาก และคนพม่าก็ไม่นิยม อาจารย์ตูซาร์ นวย แจกแจง
สำหรับทหารและนักการเมืองของพม่านั้น อาจารย์ตูซาร์ระบุว่า ไม่ใช่แค่ดูหมอธรรมดา แต่คนเหล่านี้จะมี หมอดูส่วนตัว สำหรับตรวจราศีอยู่ตลอดเวลา คอยให้คำแนะนำว่าถ้าช่วงนี้ดวงตก ต้องบริจาค สร้างกุศล หรือไม่ควรไปไหน ไม่ควรรับแขก อย่าง นายพลเน วิน ซึ่งมีการ แก้ดวง อยู่เสมอ แม้แต่ชื่อ เน วิน ก็ได้มาโดยการแก้ดวง
การเป็นหมอดูที่อยู่ใกล้ผู้มีอำนาจ จะมาเดาหรือใช้วิธีแบบหมอดูอีทีไม่ได้ ต้องตรวจดวงชะตาให้ดี มีความชัดเจนตามหลักโหราศาสตร์ เพราะถ้าผิดพลาดอาจถูกลงโทษ อาจารย์ตูซาร์ นวย สรุป
มาถึงประเด็นหมอดูส่วนตัวของบุคคลสำคัญในพม่า แน่นอนว่าในนาทีนี้สังคมย่อมจับจ้องไปที่ ออง ซาน ซูจี
ลลิตา หาญวงษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า หมอดูประจำตัวของซูจีมีชื่อว่า นายซาน ซานี โบ ซึ่งมีภาพลักษณ์แตกต่างไปจากหมอดูอีทีอย่างมาก
โหรของผู้นำพม่าคนนี้ มีการศึกษาดี ภาพพจน์เป็นปัญญาชน ทั้งยังเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองอีกด้วย ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือสูง เป็นสไตล์ที่พรรคเอ็นแอลดีและชนชั้นกลางชื่นชอบเป็นพิเศษ ในขณะที่หมอดูอีทีเข้าถึงกลุ่มคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนในกองทัพเซเลบ ดารา
“ลักษณะสำคัญของนักการเมืองฝ่ายเอ็น แอล ดี คือจะเชื่อคนของตัวเองเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเวลาขาดที่พึ่ง สมัยก่อนจะไม่ปะปนกับคนในกองทัพ อาจเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ด้านการเมือง และความลับ ซาน ซานี โบ ไม่ใช่หมอดูแบบบ้านๆ ครอบครัวเขามีการศึกษา ลูก 2 คนเรียนจบจากเมืองนอกทั้งคู่ วิธีการก็เป็นระบบมาก ไม่มีหมอดูไทยที่จะเป็นระบบขนาดนี้แน่นอน” อาจารย์ลลิตาบอก
ส่วนการทำนายทายทักนักการเมืองไทย มีรายงานว่า หมอดูอีที เคยทำนายดวงชะตานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย ว่าจะมีอำนาจรุ่งเรือง และต่อมานายทักษิณยังเดินทางไปพบกับ หมอดูอีที อีกครั้ง เพียงไม่นานก่อนเกิดรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 2549
ด้านเทเลกราฟของอังกฤษระบุว่า ในการดูดวงของนายทักษิณในขณะนั้นหมอดูอีทีแนะนำว่าให้อยู่นอกประเทศระหว่างวันที่ 8-22 กันยายน 2549 เพื่อหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้าย แต่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นายทักษิณ ถูกทหารปฏิวัติยึดอำนาจ ขณะอยู่ที่สหรัฐ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 หมอดูอีที เคยทำนายดวงประเทศไทยในขณะนั้นว่าเป็นจุดต่ำสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้น จะมีการต่อสู้และสูญเสียเรื่อยไปจนปี 2557 (มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และกลางปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ยึดอำนาจรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ )
สถานการณ์จะเริ่มคงที่ และปี 2558 จะเป็นปีแห่งความหวังใหม่ของประเทศไทย และปี 2559 ประเทศไทยจะเป็นดั่งฟ้าสีทอง โดยการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยประชาชน ไม่ใช่กองทัพ
หมอดูอีที ยังทำนายทิ้งท้ายในขณะนั้นไว้ว่า ผู้มีอำนาจรัฐบาลปัจจุบัน (รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์) จะสูญหายไม่เหลือซาก
ขณะที่เมื่อกันยายน 2557 มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางไปหา หมอดูอีที ที่พม่า แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธ โดยยืนยันว่าไม่เคยไปพบ แต่ส่วนตัวคิดว่าฟังไว้ไม่เสียหาย ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง เป็นการนำมาประกอบเฉยๆ อย่าไปงมงาย
เมื่อตุลาคม 2558 มีข่าวว่าอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปพบ หมอดูอีที และอ้างว่ามีคำทำนายมาถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะมีโอกาสกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง หลังรัฐบาล คสช.หมดวาระ ต้องรอดูว่าจะจริงหรือไม่
สิ้นหมอดูอีที แต่ผู้ที่เชื่อในเรื่องโหราพยากรณ์ จะสืบเสาะหาโหร นักพยากรณ์ เป็นที่พึ่งทางความเชื่อและทางใจต่อไป

