หน้าแรก ต่างประเทศ หัวกระสุนบุกภ...

หัวกระสุนบุกภารตะ! “อาเบะ” วางศิลาฤกษ์เบิกโครงการรถไฟความเร็วความสูงที่อินเดีย

14.09.17 | 17:33 น.
เอเอฟพี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายนว่า นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ร่วมในพิธีเปิดโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่รัฐคุชราต อันเป็นรัฐบ้านเกิดของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยโครงการนี้มีมูลค่าก่อสร้าง 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ่น

เอเอฟพี

รถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟหัวกระสุนที่ใช้เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นนี้จะวิ่งให้บริการเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองอาห์เมดาบัดไปยังนครมุมไบ มีระยะทาง 500 กิโลเมตร เมื่อรถไฟความเร็วสูงนี้สร้างเสร็จและมีกำหนดเริ่มให้บริการได้ในราวเดือนสิงหาคมปีค.ศ.2022 จะสามารถช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางในเส้นทางข้างต้นลงเหลือเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น จากปัจจุบันที่ใช้เวลาในการเดินทางถึง 8 ชั่วโมง โดยจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายอาเบะ ที่อยู่ในระหว่างภารกิจการเยือนประเทศอินเดียเป็นเวลา 2 วัน กล่าวในระหว่างไปร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์เริ่มต้นโครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงนี้กับนายโมดี ได้กล่าวชื่นชมนายโมดีว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่ตัดสินใจจะนำรถไฟความเร็วสูงเข้ามาในประเทศอินเดียตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน และเพื่อสร้างอินเดียใหม่ พร้อมยังกล่าวแสดงความหวังว่าเมื่อได้มีโอกาสกลับมาอินเดียอีกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะได้เพลิดเพลินกับการชมทัศนียภาพอันสวยงามของประเทศอินเดียจากการนั่งรถไฟความเร็วสูงนี้

เอเอฟพี

ทั้งนี้ระบบรถไฟของอินเดียที่ใช้อยู่ในปัจจุบันรองรับการให้บริการผู้โดยสารในแต่ละวันมากถึงกว่า 22 ล้านคน และระบบอุปกรณ์ต่างๆส่วนใหญ่ก็ล้าสมัยไปแล้ว ซึ่งยังนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งและยังมีปัญหาความล่าช้าเรื้อรังด้วย

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้เป็นหนึ่งในโครงการอันทะเยอทะยานของรัฐบาลอินเดียที่จะเชื่อมโยงเมืองใหญ่ต่างๆด้วยรถไฟความเร็วสูง ทว่าต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ที่ว่ารัฐบาลควรจะนำเงินลงทุนดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของเครือข่ายรถไฟที่มีวิ่งให้บริการอยู่ในปัจจุบันซึ่งมีอายุการใช้งานมากแล้วจะดีกว่า ขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงโต้แย้งว่าการนำรถไฟความเร็วสูงที่ทันสมัยมาใช้จะช่วยอำนวยความสะดวกสบาย ลดการสัญจรที่แออัดในเมืองใหญ่และยังจะช่วยเอื้อต่อการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานคู่ขนานไปกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้ดีขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

Advertisement