หน้าแรก ต่างประเทศ คอลัมน์ไฮไลต์...

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: อินเดียแซงจีน เครื่องยนต์ขับเคลื่อนศก.?

20.09.17 | 18:00 น.
เอเอฟพี

“อินเดีย” ชาติที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลกและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก(จากการประเมินของธนาคารโลกเผยแพร่เมื่อต้นปีนี้) ถูกทำนายทายทักว่าจะก้าวมาแทนที่ “จีน” ชาติที่มีประชากรมากที่สุดและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2

มาแทนที่ในฐานะเป็น “เครื่องยนต์” ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างร้อนแรง โดยที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวของอินเดียเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

การทำนายทายทักนี้มาจาก “ดีลอยต์ แอลแอลพี” 1 ใน 4 บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่โลก ที่บอกว่า จำนวนประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นในเอเชียจะพุ่งทะยานจาก 365 ล้านคนในปัจจุบัน เพิ่มเป็นมากกว่า 500 ล้านคนในปี ค.ศ.2027 ซึ่งจะคิดเป็น 60% ของกลุ่มผู้สูงอายุทั่วโลกในปี 2030 ในทางตรงกันข้ามอินเดียจะกลายเป็นพลังของคลื่นลูกที่ 3 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย ด้วยกลุ่มแรงงานวัยหนุ่มสาวที่มีศักยภาพ ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 885 ล้านคน เป็น 1,008 ล้านคนภายใน 20 ปีข้างหน้า

นักเศรษฐศาสตร์ของดีลอยต์ในอินเดียบอกว่า อินเดียจะมีแรงงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนแรงงานที่เพิ่มขึ้นในเอเชียภายในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า แต่ที่สำคัญไม่ใช่อยู่ที่เรื่องของจำนวนหรือปริมาณ หากแต่แรงงานที่มีเพิ่มขึ้นของอินเดียยังมาพร้อมกับทักษะความชำนาญที่ผ่านการฝึกฝนและมีการศึกษาที่ดีกว่าแรงงานที่มีอยู่ในตอนนี้ ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียมีมากขึ้น และยังเป็นผลจากการเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้หญิงที่มีมากขึ้นด้วย

รายงานของดีลอยต์ยังชี้ว่าใช่ว่าเวลาอันรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นกับอินเดียเพียงชาติเดียว หากแต่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่ก็เป็นประเทศที่มีกลุ่มประชากรวัยหนุ่มสาวค่อนข้างมาก ก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเฟื่องฟูได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ดีลอยต์เตือนว่าความรุ่งเรืองของอินเดียก็อาจสั่นคลอนได้ หากไร้ซึ่งการวางแผนขับเคลื่อนที่เหมาะสมเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

Advertisement

ดีลอยต์ยังเตือนถึงหลายประเทศในภูมิภาคที่จะเผชิญปัญหาท้าทายจากประชากรผู้สูงอายุที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และนิวซีแลนด์ ซึ่งประเทศเหล่านี้จำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสิ่งท้าทายเหล่านั้น เช่น การเพิ่มเพดานวัยเกษียณ สนับสนุนผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงาน การเปิดรับผู้อพยพที่มีทักษะความชำนาญ และการส่งเสริมผลิตภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นต้น