เมื่อวันที่ 23 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า จีน พันธมิตรหนึ่งเดียว เดินหน้าคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่ม โดยพุ่งเป้าที่การจำกัดการส่งออกน้ำมันไปเกาหลีเหนือและห้ามนำเข้าสิ่งทอจากเกาหลีเหนือ อันเป็นไปตามมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เพื่อตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางสงครามน้ำลายระหว่างผู้นำสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือที่พ่นใส่กันไม่หยุด จนรัสเซียต้องออกมาห้ามทัพด้วยคำเย้ยหยันว่าเป็น”การสู้กันของเด็กอนุบาล”
มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือล่าสุดของจีนถูกโพสต์บนเว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อคืนวันที่ 22 กันยายนระบุ จีนจะจำกัดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปเกาหลีเหนือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และห้ามการส่งออกแก๊สธรรมชาติเหลว ซึ่งให้มีผลในทันที รวมถึงการห้ามนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากเกาหลีเหนือที่มีผลบังคับใช้ทันทีเช่นกัน
ทั้งนี้ จีนถือเป็นคู่ค้าสำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ การสั่งแบนสิ่งทอ จะกระทบรายได้อย่างสำคัญต่อเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกที่ถือเป็นรายได้หลักอันดับ 2 ของเกาหลีเหนือ คาดว่ามาตรการนี้อาจทำให้เกาหลีเหนือต้องสูญรายได้ไปมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์ต่อปีได้ ในส่วนของการคว่ำบาตรน้ำมันนั้น มีรายงานว่าขณะนี้ราคาน้ำมันในกรุงเปียงยางในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นไปราว 20 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจากมาตรการนี้จะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในเกาหลีเหนือพุ่งสูงขึ้นอีก

วันเดียวกัน มีความเห็นจากนายเซร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ถึงการพ่นวิวาทะซัดกันไปมาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ โดยนายลาฟรอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ(ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก ว่า รัสเซียกำลังทำงานร่วมกับหลายชาติเพื่อแสวงหาแนวทางที่ตั้งอยู่บนหลักเหตุผล ไม่ใช่การใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหานี้ “แทนที่จะเป็นการต่อสู้ของเด็กๆในโรงเรียนอนุบาล ที่ไม่มีใครหยุดพวกเขาได้” เป็นเสียงปรามหลังจากที่ทรัมป์กล่าวโจมตีนายคิม จอง อึน บนเวทียูเอ็นจีเอ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ทรัมป์เรียกคิมว่า มนุษย์จรวด และขู่จะทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก ทำให้นายคิมซัดกลับว่า ทรัมป์เป็นพวกเลอะเลือน ควบคุมตนเองไม่ได้เพราะป่วยทางจิต ล่าสุดทรัมป์ตอกกลับนายคิมว่าเป็น คนบ้า ที่จะเจอดีจากสหรัฐ

