
เมื่อวันที่ 23 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์เอเอฟพีและรายงานว่า อิหร่านประกาศประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ “โคร์รัมชาห์” ที่มีพิสัยยิงในรัศมี 2,000 กิโลเมตร ในระหว่างการแสดงแสนยานุภาพทางทหารในพิธีสวนสนามของกองทัพอิหร่าน ที่มีขึ้นเมื่อวันศุกร์(22 ก.ย.)ที่ผ่านมา การอ้างความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธครั้งนี้ของอิหร่านอาจสร้างความกังวลให้กับสหรัฐอเมริกามากขึ้นที่ไม่เพียงมีปัญหาขัดแย้งเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับภัยคุกคามจากโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออีกด้านหนึ่งด้วย

สถานีโทรทัศน์ไออาร์ไอบี ของทางการอิหร่าน นำวิดีโอการทดสอบยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่นี้ ที่อิหร่านอวดอ้างว่ามีขีดความสามารถในการติดหัวรบได้หลายหัวรบ ออกเผยแพร่ เผยให้เห็นขีปนาวุธลูกนี้ถูกยิงออกจากฐานปล่อย ที่ไม่มีการระบุเวลาและสถานที่ในการทดสอบอาวุธครั้งนี้แต่อย่างใด

ในพิธีสวนสนามของกองทัพอิหร่าน ยังเคลื่อนขีปนาวุธโคร์รัมชาห์ออกมาอวดโชว์ด้วย โดยที่ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ประกาศว่า อิหร่านจะเพิ่มสมรรถนะขีปนาวุธของตนเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องขอความเห็นชอบยินยอมจากประเทศใด

ขณะที่ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกบนเวทีประชุมสมัชชาสหประชาชาติ(ยูเอ็นจีเอ) เมื่อวันอังคาร(19 ก.ย.)ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวหาอิหร่านว่า อิหร่านกำลังเสริมสมรรถนะขีปนาวุธของตนเองและส่งออกขีปนาวุธเหล่านี้ไปยังเยเมน ซีเรีย และประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง
ทรัมป์ยังวิจารณ์ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 ที่สหรัฐและชาติมหาอำนาจอื่นๆทำไว้กับอิหร่าน ภายใต้ความเห็นชอบของอิหร่านที่จะจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านที่มีอยู่
ทั้งนี้ สหรัฐ ที่ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านแต่เพียงฝ่ายเดียว ชี้ว่า การทดสอบขีปนาวุธของอิหร่านเป็นการฝ่าฝืนมติสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถติดอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่อิหร่านโต้ว่าการพัฒนาขีปนาวุธของตนไม่ได้ละเมิดมติยูเอ็น เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ติดอาวุธนิวเคลียร์ได้
https://youtu.be/SaDpnGvWs44
