น.ส.ราเชล บี. ฟอร์เรสต์ ซึ่งเป็นคนเดียวที่มาจากรัฐออเรกอนซึ่งไม่มีอะไรที่เป็นไทยๆ หรือเอเชียมากนัก และได้มาร่วมฝึกสอนที่มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่าสนุกกับประสบการณ์ที่ได้มาเข้าร่วมโครงการนี้มาก เพราะราเชลไม่เคยเรียนในไทย ไม่รู้วัฒนธรรมว่าเป็นอย่างไร การได้มาไทยครั้งนี้ทำให้ชอบประเทศไทยมาก เพราะไม่เพียงแต่ทำให้มีความสุขแต่ยังสนุกมากๆ ด้วย และทำให้อยากกลับมาไทยอีก

น.ส.ชรัตฐา ทองใบ หรือกุ๊กกิ๊ก ได้ไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็บอกว่าสนุกและมีควาสุขมากกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ในขอนแก่น ประทับใจที่สุดที่ได้เพื่อนใหม่และคอนเนคชั่นเพิ่มขึ้นมากมาย

น.ส.จินเจอร์ สเลนทร์ หรือขิง ได้ไปสอนเด็กๆ ที่โรงเรียนปรินซ์รอแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ดูจะได้ประสบการณ์แถมที่มากกว่าเพื่อนๆ เพราะติดเหากลับมาซึ่งคาดว่าเพราะนอนกลางวันกับเด็กๆ ชั้นอนุบาลด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความสุข สนุก และรักเด็กๆ ที่ได้ไปสอนมาก ขิงชอบเมืองไทย เพราะผู้คนใช้ชีวิตสบายๆ ไม่รีบเร่ง และไม่เคร่งเครียดอะไร

ก่อนหน้าจะมาเข้าร่วมโครงการนี้ ขิงยังระดมเงินเพื่อช่วยสร้างอาคารให้กับโรงเรียนบ้านแม่แอบวิทยาคม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มาหลายปี คราวนี้ขิงก็หาเวลาแวะไปดูอาคารที่สร้างเกือบเสร็จแล้ว พร้อมกับประกาศความตั้งใจว่าหลังจากนี้ก็จะระดมเงินเพื่อสร้างอาคารให้กับโรงเรียนในไทยอีก เพราะตอนนี้เธอมีคอนเนคชั่นแล้ว ขิงบอกว่าต้องเริ่มที่ไทยก่อนเพราะเป็นบ้านของเรา เราต้องช่วยเหลือกันเองก่อนที่จะขยายไปช่วยคนอื่นและที่อื่นๆ ต่อไป

ท่านคณบดีสมปอง สงวนบรรพ์ คณบดีสถาบันการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะองค์กรที่รับหน้าที่ดูแลน้องๆ และเป็นผู้ประสานงานหลักในไทยเล่าให้ฟังว่า เมื่อทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทุกแห่งตอบรับด้วยความยินดีอย่างมาก จากการประเมินเบื้องต้นทุกมหาวิทยาลัยพอใจ ขณะที่อาสาสมัครก็พอใจที่ได้มาร่วมในโครงการนี้เช่นกัน แนวคิดในการจัดทำโครงการเพื่อนมิตรไทยอเมริกันก็เพื่อให้เยาวชนไทยในต่างประเทศและในไทยได้ติดต่อกัน เด็กไทยก็จะมีโลกทัศน์ที่เปิดกว้างขึ้น จะได้มีโอกาสในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในอนาคตหากทำได้ไม่ใช่แค่ในสหรัฐก็จะเชื่อมโยงเยาวชนไทยทั่วโลกทั้งในแง่ศิลปะและวัฒนธรรม เพราะคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังมีความเป็นไทยอยู่ในตัว
นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแอนเจลิส ในฐานะเจ้าของโครงการบอกว่า เหตุที่โครงการนี้กินเวลารวมเกือบ 3 เดือน เพราะอยากน้องๆ ได้ลงพื้นที่และสร้างเครือข่ายที่เมืองไทยจริงๆ เป็นเครือข่ายที่เขาสามารถติดต่อได้เมื่อกลับมาไทย
สิ่งที่อยากเห็นคือเมื่อน้องๆ เหล่านี้เติบโตขึ้น พวกเขาจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนไทยในเมืองและมลรัฐต่างๆ ที่เขาเติบโตมา และเป็นปากเป็นเสียงให้กับชุมชน เป็นคนไทยอเมริกันที่รักและเข้าใจประเทศไทย อยากให้เขามีประเทศไทยอยู่ในใจเสมอ ให้การเดินทางและประสบการณ์ครั้งนี้ติดอยูในความทรงจำของเขาตลอดไป
ในอนาคตสถานกงสุลใหญ่จะพยายามประชาสัมพันธ์เชิญชวนเยาวชนไทยในสหรัฐให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และอยากหาแนวร่วมรวมถึงขอรับการสนับสนุนจากบริษัทรวมถึงองค์กรต่างๆ ที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ [email protected]
ไม่เกินจริงหากจะพูดว่า ความตั้งใจของผู้ร่วมผลักดันโครงการเพื่อนมิตรไทยอเมริกันครั้งแรกนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

