ผลเอ็กซิทโพล ของการเลือกตั้งเยอรมนีเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี หรือพรรคเอเอฟดี กลายเป็นพรรคขวาดจัด พรรคซึ่งมีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ พรรคแรกที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดนับตั้งสงครามโลกครั้งที่สอง
ผลคะแนนจากเอ็กซิทโพล พบว่าพรรคเอเอฟดีได้คะแนนเสียงไป 13 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้พรรคเอเอฟดีกลายเป็นพรรคที่มีอำนาจทางการเมืองใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของรปะเทศ นับเป็นผลคะแนนที่สร้างความประหลาดใจสำหรับพรรคที่เพิ่งตั้งขึ้นมาได้เพียง 4 ปีเท่านั้น
นโยบายที่พรรคเอเอฟดี ยกไว้ให้มีความสำคัญในอันดับต้นๆเลยคือการผลักดันให้ “บุนเดสตาก” สภาผู้แทนราษฏรเยอรมนีเปิดให้มีการสืบสวนนางแมร์เคิล กรณีตัดสินใจให้มีผู้อพยพเข้าเยอรมนีมากกว่า 1 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 2558
หลังได้รับชัยชนะในสภา 13 จาก 16 รัฐพรรคเอเอฟพีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในบุนเดสตากนับสิบคนที่จะเผยแพร่แนวคิดขวาจัดที่รวมไปถึงการท้าทายวัฒนธรรมการไถ่โทษจากความรู้สึกผิดในสงครามโลกครั้งที่สองและการสังหารหมู่ชาวยิวในอดีต
การผงาดขึ้นมาของเอเอฟพีนั้นส่งผลให้เกิดการประท้วงในหลายเมืองของเยอรมนี ในจำนวนนี้รวมไปถึงกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนในกรุงเบอร์ลินที่ออกมารวมตัวตะโกน “นาซีออกไป” ด้านหน้าสโมสรที่พรรคเอเอฟพีใช้ฉลองชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้
แม้ชัยชนะของเอเอฟดีจะถูกประณามโดยกลุ่มเคลื่อนไหวชาวยิว รวมถึงฐานพรรคการเมืองดั้งเดิมในประเทศ แต่เอเอฟพี ได้รับการแสดงความยินดีจากผู้นำแนวคิดขวาจัดของยุโรป อย่างนางมารีน เลอเปน รวมไปถึงเกียร์ต เวิลเดอร์ นักการเมืองขวาจัดจากเนเธอร์แลนด์
ทั้งนี้นางแองเกลาร์ แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีจากพรรคซีดียู ที่ได้คะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้แต่นับว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุว่าการก้าวเข้าสู่สภาของเอเอฟดี นั้นเป็นความท้าทายใหญ่ครั้งใหม่ และประกาศที่จะชนะใจผู้สนับสนุนเอเอฟดีให้ได้ ขณะที่นายมาร์ติน ชูลซ์ หัวหน้าพรรคเอสดีพี ที่มีคะแนนเป็นอันดับสองและประกาศที่จะเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภา ยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นแนวคิดของเอเอฟพีที่ชูลซ์ ระบุว่าเป็นศัตรูของประชาธิปไตย

