โคลิน ฟาร์เรล เปิดใจหัวอกพ่อ ที่มีลูกป่วยเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หาย!!!

2.10.17 | 11:28 น.
(เอเอฟพี)

ความทุกข์อย่างหนึ่งของคนเป็นพ่อแม่ก็คือ การต้องเห็นลูกเกิดมาพร้อมกับโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาด โคลิน ฟาร์เรล พระเอกชาวไอริช คุณพ่อลูกสอง ก็เป็นหนึ่งในพ่อแม่ที่เจอปัญหาทุกข์ใจเช่นนั้น เมื่อ “เจมส์” ลูกชายคนโตวัย 13 ปี ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมชื่อว่า “โรคแอนเจลแมน” ซึ่งเป็นโรคหายาก และยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด โดยเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีการเดินที่ผิดปกติ ไม่พูด มีอาการชัก และมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ

พระเอกหนุ่มใหญ่วัย 41 ที่เคยมีผลงานเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ มากมาย อาทิ Minority Report ,Phone Booth และThe Recruit ฯลฯ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ระหว่างเดินทางไปร่วมงาน HFPA & InStyle ที่โรงแรมวินด์เซอร์ อาร์ม โฮเตล ในนครโตรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 9 กันยายน ซึ่งจัดขึ้นในงานเทศกาลหนังโตรอนโต และฟาร์เรลมีหนังใหม่ที่แสดงร่วมกับ นิโคล คิดแมน เรื่อง The Killing of a Sacred Deerร่วมฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นี้

(รอยเตอร์)

พระเอกหนุ่มใหญ่เล่าว่า ในเรื่องเขารับบทเป็นศัลยแพทย์โรคหัวใจพ่อลูกสองที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากที่จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเขาไปตลอดชีวิต และนิโคล คิดแมน รับบทเป็นภรรยาของเขาในเรื่อง

ระหว่างให้สัมภาษณ์ ผู้ชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพระเอกแบดบอยคนหนึ่งของวงการ เคยมีข่าวฉาวทั้งเรื่องเหล้าและเรื่องผู้หญิง ยอมรับว่าการได้เห็นลูกน้อยลุกขึ้นยืนและเดิน “ก้าวแรก” นับเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากสำหรับคนเป็นพ่อแม่ทุกคน แต่สำหรับเขาและครอบครัว ก้าวแรกของเจมส์ มันมีความหมายมากยิ่งกว่านั้น

“ทุกคนต่างพูดว่าก้าวแรกที่เห็นลูกเดิน ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่ามหัศจรรย์ แต่การที่คุณได้รับการบอกกล่าวว่า ลูกคุณอาจไม่มีวันเดินได้ แต่ต่อมาคุณก็มีโอกาสได้เห็นก้าวเดินแรกของลูก มันช่างเป็นอะไรที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง”

Advertisement

“เมื่อเจมส์เดินได้ครั้งแรกตอนอีกไม่กี่สัปดาห์เขาก็จะอายุครบ 4 ขวบ มันช่างเป็นภาพที่มหัศจรรย์ และทำให้เรารู้สึกอบอุ่นที่ได้เห็น”

ทั้งนี้นอกจากเจมส์ลูกชายคนโตที่เกิดกับ คิม บอร์เดนนาฟ นางแบบชาวอเมริกัน ฟาร์เรลยังมีลูกชายอีกคนชื่อ เฮนรี วัย 7 ขวบ ที่เกิดกับ เอลิจา บาคเลดา คูรัส นักแสดงสาวชาวโปแลนด์

ในข่าวเล่าว่า พระเอกหนุ่มใหญ่เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยของลูกชายและการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ จนวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะระดับหนึ่งเป็นครั้งแรก ระหว่างฟาร์เรลไปร่วมรายการแข่งขันสเปเชียล โอลิมปิกที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อปี 2550 และได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับนิตยสารอินสไตล์ เมื่อปี 2555 ว่า “ผมตัดสินใจออกมาพูด หลังจากปรึกษากับแม่ของเจมส์แล้ว และผมต้องการที่จะบอกเล่าถึงความภูมิใจและความสุขที่ผมมีต่อลูกชายของเรา เราได้มีส่วนร่วมในชัยชนะที่อาจดูเป็นเรื่องที่เล็กมากๆ อย่างเช่นคำพูดแรกที่เจมส์พูดได้ตอนอายุ 6 หรือ 7 ขวบ การที่เขาตักอาหารกินเองได้ตอนอายุ 9 ขวบ และการที่หมอสามารถควบคุมอาการชักของเขาได้”

โรคแอนเจลแมนจะมีอาการชัก มีการเคลื่อนไหวที่ตะกุกตะกัก มีปัญหาเกี่ยวการนอน และอาการต่างๆ เหล่านี้จะพัฒนาไปสู่การทำให้ผู้ป่วยมีความพิการ ขณะที่อาการชักเป็นสิ่งที่แพทย์สามารถรักษา ควบคุมได้ แต่อาการต่างๆ ของโรคยังไม่มีหนทางรักษา

โคลิน ฟาร์เรล กับ เฮนรี ลูกชายคนเล็ก (ภาพจาก farrellgram)

ฟาร์เรลเล่าว่า ช่วงแรกๆ ตอนที่เจมส์ยังเล็ก เขาและแม่ของเจมส์เก็บเงียบเกี่ยวกับอาการป่วยของลูก “แต่ตอนมีการแข่งขันสเปเชียล โอลิมปิก ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 2550 ผมตัดสินใจพูดถึงเรื่องนี้ หลังจากได้ปรึกษากับแม่ของเจมส์แล้ว ผมอยากออกมาพูดให้สังคมได้รู้ถึงความสุข ความภูมิใจที่ผมรู้สึกในตัวลูกชายของเรา เขาได้เข้ามาเติมเต็มให้กับชีวิตผม แต่ผมก็ไม่ต้องการลดทอนถึงสิ่งต่างๆ ที่หลายครอบครัวที่มีลูกป่วยด้วยโรคนี้ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความเครียด และความเจ็บปวด”

ทั้งนี้ ฟาร์เรลได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิโรคแอนเจลแมน เพื่อรณรงค์ให้สังคมได้ตระหนักถึงโรคร้ายนี้ และเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวอื่นที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้

“เมื่อคุณมีลูกที่เป็นเด็กพิเศษ มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องไม่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว หรืออยู่โดยลำพัง”