สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ เตือนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ว่าความไม่เท่าเทียมกันในเมืองใหญ่ที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่นกำลังถ่างกว้างมากขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลนานาชาติ มีมาตรการมากกว่านี้เพื่อช่วยเหลือคนยากจนในเมือง
รายงานฉบับล่าสุดของเวิลด์แบงก์ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรในภูมิภาคอยู่อาศัยในเขตเมืองต่างๆ เหล่านี้ และการเจริญเติบโตของเขตเมืองอย่างรวดเร็วช่วยให้ผู้คนราว 655 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน
แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกยังคงเป็นที่อยู่ของสลัมที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกถึง 250 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในจีน อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
รายงานระบุว่า ในขณะที่ผลการศึกษาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันมักจะเน้นไปที่ความแตกต่างกันระหว่างเขตเมืองและชนบท ช่องว่างระหว่างคนเมืองด้วยกันถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ อาจส่งผลให้เกิดความแตกแยกทางสังคมได้
ธนาคารโลกเรียกร้องให้รัฐบาลชาติต่างๆ ออกนโยบายที่พุ่งเป้าเชื่อมโยงคนจนในเขตเมืองกับตลาดแรงงาน สร้างบ้านที่มีคุณภาพในราคาที่พอซื้อหาได้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการขนส่งสาธารณะ
รายงานระบุว่า ในกรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ผู้ที่มีรายได้น้อยบางคนต้องใช้เงินไปกับการโดยสารรถประจำทางคิดเป็นมากถึง 36 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน เนื่องจากจำนวนรถโดยสารสาธารณะไม่เพียงพอ
ขณะที่ในอินโดนีเซีย ประชากร 27 เปอร์เซ็นต์ และในฟิลิปปินส์ 21 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่อาศัยในเขตเมือง ไม่สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกสุขอนามัยได้

