ออสซี่ห่วง 2 นักข่าวสถานีโทรทัศน์เอบีซีถูกมาเลย์กักตัว หลังดักซุ่มสัมภาษณ์‘นาจิบ’คดีทุจริตฉาว

ลินตัน เบสเซอร์ (ซ้าย) ลุย อีโรกลู (ชวา) ภาพจาก www.abc.net.au

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นางจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย แสดงความห่วงกังวลต่อกรณีที่ทางการมาเลเซียจับกุมผู้สื่อข่าวและตากล้องของสถานีโทรทัศน์เอบีซี สื่อแถวหน้าของออสเตรเลีย ที่พยายามจะสัมภาษณ์นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เกี่ยวกับคดีทุจริตที่รุมเร้าผู้นำมาเลเซียอยู่ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่นายนาจิบเดินทางไปยังมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองคูชิง บนเกาะบอร์เนียวของมาเลเซีย เมื่อค่ำวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศมาเลเซียได้ติดต่อกับนายลินตัน เบสเซอร์ ผู้สื่อข่าว และ นายลุย อีโรกลู ตากล้องของสถานีโทรทัศน์เอบีซีแล้ว โดยตนมีความห่วงกังวลต่อกรณีที่มีการปราบปรามเสรีภาพทางการพูดอยู่แล้ว โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และยังมีความห่วงกังวลในเรื่องเสรีภาพของผู้สื่อข่าวที่จะต้องทำงานของพวกเขาด้วย
ด้านทนายความของผู้สื่อข่าวและตากล้องของสถานีโทรทัศน์เอเบีซีเปิดเผยว่า ทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ยังถูกห้ามเดินทางออกจากมาเลเซียในระหว่างที่รอการแจ้งข้อกล่าวหาอยู่

ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอบีซีรายงานว่า ทั้งสองคนถูกจับกุมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 12 มีนาคม ขณะเดินเข้าหานายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยนายเบสเซอร์ถามนายนาจิบว่าเหตุใดจึงมีเงินจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ในบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายนาจิบ

ส่วนแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียระบุว่า ผู้สื่อข่าวและตากล้องของสถานีโทรทัศน์เอบีซีถูกจับกุมหลังจากล้ำเส้นด้านความมั่นคงปลอดภัย ทว่านายกาเวน มอร์ริส ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของเอบีซี โต้กลับว่าผู้สื่อข่าวของตนไม่ได้ขัดขวางหรือมีเจตนาที่จะขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างที่กำลังทำหน้าที่ของตนแต่ประการใด

ทั้งนี้ หลายเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีนาจิบ วัย 62 ปีของมาเลเซีย ตกอยู่ภายใต้การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีเงินสูญหายไปจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซีย หรือ 1 เอ็มดีบี ที่นายนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น และกรณีพบเงินจำนวนมากถึง 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบ ซึ่งต่อมาได้รับการชี้แจงว่าเป็นเงินบริจาคทางการเมืองที่นายนาจิบรับมาจากผู้สนับสนุนในต่างประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon