เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สื่อต่างประเทศทั่วโลกต่างติดตามรายงานบรรยากาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจัดขึ้นตามพระราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติยิ่ง ที่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งของประเทศไทยเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานบรรยากาศที่คลื่นประชาชนคนไทยแต่งกายในชุดสีดำพากันมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศเพื่อหวังมาเข้าร่วมอยู่ในงานพระราชพิธีอย่างใกล้ชิดในการร่วมน้อมดวงจิตส่งเสด็จพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัยอย่างพร้อมเพรียง รอยเตอร์ยังรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระประมุขที่พสกนิกรชาวไทยเคารพรักเทิดทูนและนับถือดั่ง “พ่อ” พระองค์ยังทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและทรงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ประเทศมีเสถียรภาพท่ามกลางปัญหาทางการเมืองที่รุมเร้าและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
สำนักข่าวเอเอฟพีนอกจากจะรายงานข่าวบรรยากาศงานพระราชพิธีที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าและเผยแพร่ภาพงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่มีการยาตราของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1-3 ในการอัญเชิญพระบรมโกศไปประดิษฐาน ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ก่อนจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เผยแพร่ออกไปให้คนทั่วโลกได้ชมความงดงามของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอันสมพระเกียรติสูงสุดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรแล้ว เอเอฟพียังให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จัดขึ้นตามพระราชประเพณีปฏิบัติโบราณอันทรงคุณค่า การให้ข้อมูลความรู้และความหมายเกี่ยวกับการออกแบบก่อสร้างพระเมรุมาศและหมู่ปราสาทประกอบงานพระราชพิธีว่ามีความหมายอย่างไรในเชิงสัญลักษณ์ ตลอดจนรายงานถึงการที่มีองค์พระประมุข พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้นำประเทศและตัวแทนรัฐบาลของนานาประเทศทั่วโลกมากถึง 42 ประเทศมาร่วมในงานพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย

ด้านสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษทั้งเว็บไซต์และสื่อโทรทัศน์ได้รายงานสดบรรยากาศการยาตราของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1-3 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมจับภาพพสกนิกรชาวไทยจำนวนมากในชุดไว้ทุกข์สีดำที่ต่างมุ่งมั่นมาเฝ้ารอส่งเสด็จพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก บีบีซีรายงานด้วยว่า ประชาชนชาวไทยจำนวนมากที่ต่างมุ่งหวังจะได้มีโอกาสเข้าร่วมในพระราชพิธีอย่างใกล้ชิดที่สุด ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ โดยพากันไปนั่งปักหลักบนถนนที่ใกล้สถานที่จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ใกล้ที่สุดแล้วนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงความทรงจำอันงดงามที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงทำงานอย่างหนักตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อประชาราษฎร์ พร้อมกับแบ่งปันอาหารและน้ำดื่มที่แต่คนติดไม้ติดมาให้แก่กันด้วย ซึ่งบีบีซีชี้ว่าเป็นบรรยากาศที่ยังเป็นไปอย่างอบอุ่นสบายๆ แต่เชื่อว่าบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นเมื่อเวลาแห่งการถวายพระเพลิงพระบรมศพมาถึง

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริการายงานถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วยในวันเดียวกันนี้ระบุว่า ปวงชนชาวไทยร่วมถวายความอาลัยส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิต ซึ่งทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 หลังทรงครองราชย์ยาวนาน 70 ปี นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก และทรงเป็นที่รักเทิดทูนสูงสุดของประชาชนชาวไทย ทั้งนี้ซีเอ็นเอ็น ได้รายงานบรรยากาศของประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมพิธีโดยรอบท้องสนามหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกันนอกจากนี้ยังกล่าวถึงพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมถึงรายละเอียดของพระเมรุมาศที่สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติด้วย

ด้านเว็บไซต์เดอะสเตรทไทม์สของสิงคโปร์ รายงานในวันเดียวกันถึงบรรยากาศชาวไทยในประเทศมาเลเซียที่ร่วมจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์เพื่อถวายความอาลัยให้กับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นครั้งสุดท้ายที่วัดสิริปุญญามรรคาราม ในรัฐเประ ประเทศมาเลเซีย พร้อมๆกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน
รัตติยา เบดี อาสาสมัครชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียเป็นเวลาถึง 20 ปีระบุว่าได้เตรียมดอกไม้จันทน์จำนวน 400 ดอกเพื่อส่งไปยังกรุงเทพมหานคร โดยรัตติยาได้ร่วมจัดทำซุ้มเพื่อถวายความอาลัยโดยใช้ผ้าสีขาวดำเพื่อความเหมาะสม โดยรัตติยา ระบุว่า ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และทำหลายอย่างเพื่อประชาชนชาวไทย และตนรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถกลับบ้านเกิดที่กรุงเทพฯเพื่อร่วมงานพระราชพิธีได้
ด้านดัชนี หญิงไทยวัย 43 ปี อาสาสมัครอีกคนระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่จะกล่าวคำอำลากับชายที่เป็นที่รู้จักกันว่าทรงเป็น “พ่อของปวงชนชาวไทย”
ขณะที่นายจัสติน อึ้ง ชาวมาเลเซียที่เวลานี้อยู่ในประเทศไทยเพื่อร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกับภรรยาชาวไทย โดยจัสตินผู้เคยทำงานในประเทศไทยเป็นเวลา 6 ปีระบุว่า ช่วงเวลาที่อาศัยในไทยทำให้ตนรู้ว่าประชาชนไทยรักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ของพวกเขามากแค่ไหน
ด้าน ตอย ซี หลวน เจ้าของร้านเสื้อผ้าชาวมาเลเซียเลือกที่จะเดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานพระราชพิธีที่อาจเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต

