สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ศาลอิตาลีได้ตัดสินจำคุกนายวาเลนติโน ตัลลูโต ชายวัย 33 ปีผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นเวลา 24 ปี ข้อหาตั้งใจแพร่เชื้อให้แก่ผู้หญิง 30 คน ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยไม่มีการป้องกันภายในช่วงเวลาเกือบ 10 ปี
รายงานข่าวระบุว่า อัยการกรุงโรมได้ร้องขอต่อศาลให้ลงโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต แต่หลังจากการปรึกษากันยาวนานถึง 12 ชั่วโมงของศาล ก็ได้ลงความเห็นว่าควรจะตัดสินจำคุกนายตัลลูโตเป็นเวลา 24 ปี หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายตัลลูโตไม่ได้ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดโดยการแพร่เชื้อโรคให้ผู้อื่น ซึ่งกรณีดังกล่าวจะต้องมีโทษจำคุกตลอดชีวิต
ทั้งนี้ นายตัลลูโต ได้หลอกล่อหญิงสาวหลายสิบคนผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์นัดบอดทั้งหลาย แล้วนัดเจอกับสาวๆเหล่านี้ ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงถึง 53 ราย นับตั้งแต่ปี 2549 ที่นายตัลลูโตพบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี ก่อนที่นายตัลลูโตจะถูกจับกุมตัวในปี 2558 หลังจากมีผู้หญิง 30 คนติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจากนายตัลลูโต นอกจากนี้ ยังมีผู้ชายบางคนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเหล่านี้ติดเชื้อไปด้วย 3 ราย นอกจากนี้ ยังมีทารกติดเชื้ออีก 1 ราย
การพิจารณาคดีนายตัลลูโตได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม โดยหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของนายตัลลูโตให้การว่า นายตัลลูโตจะนัดออกเดทด้วยแล้วบอกว่าตกหลุมรัก ก่อนจะพยายามหลอกล่อให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยไม่มีการป้องกัน โดยอ้างว่า แพ้ถุงยางอนามัย บางครั้งก็อ้างว่าเพิ่งจะไปตรวจหาเชื้อเอชไอวีมา
ข่าวระบุว่า เหยื่อหลายคนยังเป็นนักศึกษาอยู่ บางคนก็เป็นแม่คนแล้ว โดยเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดมีสัมพันธ์กับนายตัลลูโตตอนอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น ส่วนเหยื่อที่อายุมากที่สุดอายุราว 40 ปี
ขณะที่นายเมาริซิโอ บาร์กา ทนายความของตัลลูโต บอกว่า ลูกความของตนไม่ต้องการที่จะแพร่เชื้อไวรัส และยืนยันว่า ตัลลูโตใช้ถุงยางอนามัยเกือบทุกครั้ง พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องที่ยากจะพิสูจน์ได้ว่า ลูกความของตนและคู่นอนคนอื่นที่เป็นผู้แพร่เชื้อเอชไอวีให้ผู้หญิงเหล่านี้
ขณะที่นายตัลลูโต ยอมเปิดปากพูดเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ผู้หญิงหลายคนรู้จักกับเพื่อนผม และครอบครัวผม พวกเธอบอกว่าผมต้องการแพร่เชื่อให้คนอื่นมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้าอยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ ผมไปมีเซ็กซ์กับคนในบาร์ดีกว่า ผมจะไม่เอาผู้หญิงเหล่านี้เข้ามาในชีวิตผม”
อย่างไรก็ตาม มีเหยื่อรายหนึ่งที่ยืนยันว่า ยังคงรักนายตัลลูโต นับตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรกเมื่อปี 2557 และยังบอกด้วยว่า นายตัลลูโตได้บอกกับเธอว่าเขาติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเธอก็ให้อภัยแก่เขา และยังอยากจะแต่งงานด้วย

