ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศในเอเชีย เดินทางออกจากญี่ปุ่นไปถึงกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้แล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเดินทางถึงกรุงโซลว่า เขาจะหาทางออกร่วมกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ ว่าจะจัดการกับปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างไร
แม้ทรัมป์มีกำหนดอยู่ในเกาหลีใต้เพียง 24 ชั่วโมง แต่หลายฝ่ายมองว่าการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของเขาเป็นหนึ่งในการเยือนที่สำคัญที่สุดของทริปเยือนทวีปเอเชียครั้งนี้ เพราะปัญหาความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีจากความพยายามที่จะพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการทำสงครามน้ำลายตอบโต้กันไปมาระหว่างทรัมป์กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยิ่งทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งทรุดหนักลงไปอีก
ทรัมป์ได้ทวีตข้อความก่อนออกเดินทางไปยังกรุงโซลว่า “พร้อมที่จะเดินทางไปยังเกาหลีใต้เพื่อพบกับประธานาธิบดีมุน เราจะคิดหาทางออกร่วมกัน”
ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่ทรัมป์จะหารือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นอกจากเรื่องเกาหลีเหนือแล้ว ยังมีเรื่องการค้าซึ่งทรัมป์ต้องการให้มีการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกันใหม่ เนื่องจากทรัมป์ระบุว่าความตกลงเดิมนั้นแย่และทำให้ตำแหน่งงานในสหรัฐหดหาย
หลังจากเดินทางถึงเกาหลีใต้ ทรัมป์จะเดินทางไปยังค่ายฮัมฟรีย์ ซึ่งเป็นค่ายของกองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้ ก่อนที่จะพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จะมีการแสดงทั้งจากศิลปินพื้นบ้านและศิลปินเคป๊อป ขณะที่ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีทรัมป์จะพบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ แต่เขาจะไม่เดินทางไปยังเขตปลอดทหารที่แบ่งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือออกจากกัน
ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน หลังการหารือว่า สหรัฐและชาติพันธมิตรมีความก้าวหน้าในการจัดการกับภัยคุกคามดังกล่าว เพราะเกาหลีเหนือถือเป็นภัยคุกคามทั่วโลกจึงจำเป็นต้องแก้ไขด้วยปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั่วโลกเช่นกัน สหรัฐพร้อมที่จะใช้ศักยภาพทางทหารทั้งหมดที่มีหากจำเป็นต้องใช้ เกาหลีเหนือควรจะมีสติและกลับสู่โต๊ะเจรจาเพราะจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชาวเกาหลีเหนือและสำหรับโลก ทรัมป์ยังบอกด้วยว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้ความช่วยเหลืออย่างดีต่อการจัดการกับเกาหลีเหนือ และหวังว่ารัสเซียจะให้การช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

