สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ข้อมูลใหม่ที่เปิดเผยออกมาจากเอกสารลับด้านการเงิน “พาราไดส์เปเปอร์ส” เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การเลี่ยงภาษีของแอปเปิลที่โอนย้ายกำไรจากนิติบุคคลนอกอาณาเขต (ออฟชอร์คอมปะนี) ที่มีลักษณะของการเลี่ยงภาษีที่เรียกว่า แท็กซ์เฮฟเวนแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง เช่นเดียวกับการเปิดเผยช่องว่างในการหลีกเลี่ยงภาษีของไนกี้
ข้อมูลจากเดอะ การ์เดียน ระบุว่า พาราไดส์เปเปอร์ส เป็นการเปิดเผยเอกสารลับด้านการเงินจำนวน 14.3 ล้านชุด คิดเป็นไฟล์ดิจิตอลที่มีขนาดของไฟล์ทั้งหมดรวมแล้วมากถึง 1.4 เทระไบต์ โดยเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ไอซีไอเจ) นับเป็นการเปิดเผยเอกสารลับครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์รองจากปานามาเปเปอร์ส ที่มีขนาดไฟล์ 2.6 เทระไบต์ และมีไอซีไอเจอยู่เบื้องหลังเช่นกัน
อ้างอิงจากเอกสารชิ้นล่าสุดที่เปิดเผยผ่านทางนิวยอร์กไทม์สและบีบีซี บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย แอปเปิลบี ให้การช่วยเหลือแอปเปิล โยกย้ายเงินจำนวนหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐจากไอร์แลนด์ไปยังหมู่เกาะแชนแนล เมื่อดูเหมือนว่าต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่เข้มงวดกว่าจากไอร์แลนด์
รายงานระบุว่าแอปเปิลโอนย้ายเงินไปยังเกาะเจอร์ซีย์บนหมู่เกาะแชนแนล ที่ตามปกติแล้วไม่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล และได้รับการยกเว้นจากกฎเกณฑ์ด้านภาษีส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรป (อียู)
ด้านแอปเปิลเปิดเผยกับนิวยอร์กไทม์สโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็นเฉพาะเจาะจงในเรื่องรายงานฉบับนี้ว่าทาง บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่เข้าไปดำเนินกิจการ
นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิลให้การกับสภาคองเกรส เมื่อปี 2556 ปฏิเสธว่า แอปเปิลไม่ได้ใช้ “กลเม็ดในการพลิกแพลง” เพื่อเลี่ยงภาษี ถึงตอนนี้บริษัทต้องเผชิญข้อเรียกร้องของทางอียูให้จ่ายภาษีมูลค่า 14,500 ล้านยูโรจากคำพิพากษาที่ระบุว่า โครงสร้างทางภาษีในไอร์แลนด์ที่แอปเปิลได้รับเปรียบเสมือนความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ผิดกฏหมาย
รายงานอีกฉบับที่เปิดเผยโดยหนังสือพิมพ์เลอมงด์ ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ไนกี้ ใช้ช่องว่างในกฎหมายด้านการเงินของเนเธอร์แลนด์เพื่อลดอัตราการถูกเก็บภาษีของตนเองในยุโรปลงให้เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับอัตราภาษีเฉลี่ยที่บริษัทในยุโรปต้องเสียอยู่ที่ 25 เปอร์เซ็นต์
วันเดียวกัน อียูออกมาประณามวิธีการอันน่าตกตะลึงที่บริษัทยักษ์ใหญ่และคนดังหลีกเลี่ยงภาษีโดยใช้บริการของบริษัทออฟชอร์ โดยรัฐมนตรีคลังอียูจะประชุมกันเพื่อหารือเรื่องนี้ในวันที่ 7 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่นที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

