สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ชาร์ลส์ แมนสัน ผู้นำลัทธิอื้อฉาวที่เป็นผู้บงการให้สาวกของตนเองฆาตกรรมหมู่เหยื่ออย่างเหี้ยมโหดหลายศพและผู้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ด้านมืดของการตอบโต้ทางวัฒนธรรมช่วงยุค 1960 ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยสาเหตุทางธรรมชาติเมื่้อวันอาทิตย์(19 พ.ย.)ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ขณะมีอายุได้ 83 ปี หลังจากแมนสันถูกส่งตัวจากเรือนจำมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเบเกอร์ฟิลด์ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นเดือน
แมนสันกลายเป็นอาชญากรโด่งดังที่สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1960 หลังจากเขาได้รวบรวมสาวกที่รู้จักกันในชื่อกลุ่มว่า “ครอบครัวแมนสัน” ให้เชื่อในสิ่งที่เขาเชื่อว่าสงครามระหว่างคนขาวและคนดำจะเกิดขึ้นในอเมริกาในไม่ช้า
ในปี 1969 สาวกของแมนสันได้ฆาตกรรมเหยื่อไป 7 ราย หนึ่งในเหยื่อที่ถูกไล่ฆ่าซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคือ ชารอน เทต ดาราฮอลลีวูดผู้เป็นภรรยาของ โรมัน โปลันสกี ผู้กำกับชื่อดัง ซึ่งกำลังตั้งท้องแก่ โดยสาวกรายหนึ่งของครอบครัวแมนสัน ชื่อ ซูซาน แอทคินส์ ที่แทงเทตจนถึงแก่ความตาย และยังใช้เลือดของนักแสดงหญิงรายนี้ผู้เป็นเหยื่อเขียนคำว่า “PIG” ไว้บนหน้าประตูบ้านของเหยื่อด้วย

ขณะที่เหยื่ออีก 4 คนในบ้านของเทต ถูกสาวกของแมนสันใช้มีดแทงเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ก่อนที่ในวันถัดมา เลโน และ โรสแมรี ลาเบียง สามีภรรยาที่มีฐานะร่ำรวยในลอสแองเจลิส จะถูกครอบครัวแมนสันฆ่าตาย โดยทั้งสองคดีนี้ถูกเรียกขานว่าเป็นคดี”ฆาตกรรมเทต-ลาเบียงกา”
แม้นายแมนสันจะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ถูกศาลตัดสินว่าเป็นฆาตกรในการบงการสาวกให้ฆ่าเหยื่อ ก่อนที่เขาจะถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตในปี 1971 แต่ก่อนที่แมนสันจะได้รับโทษประหาร รัฐแคลิฟอร์เนียได้ยกเลิกการใช้โทษประหาร ส่งผลให้โทษของแมนสันลดลงเหลือเป็นจำคุกตลอดชีวิต

