เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานประจำปีของกลุ่มพันธมิตรควบคุมบุหรี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยแพร่ในที่ประชุมว่าด้วยบุหรี่ จัดที่สำนักงานขององค์การอนามัยโลก(ฮู)ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า ข้อตกลงว่าด้วยการต่อสู้กับผลกระทบจากบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพต้องประสบกับความล้มเหลวในการดำเนินในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ เหตุเพราะบางประเทศมุ่งเอื้อประโยชน์แก่ผู้สูบบุหรี่่มากที่สุด
โดยในรายงานระบุว่า ในปีที่แล้วกลุ่มล็อบบี้ในอุตสาหกรรมบุหรี่ที่ทรงอิทธิพลได้ระงับการเสนอขึ้นภาษีบุหรี่ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขณะที่เวียดนามได้ยกเว้นการขึ้นภาษีอากรสำหรับใบยาสูบตากแห้งที่นำเข้ามาจากประเทศกัมพูชา
รายงานฉบับนี้ที่ยังเป็นการสังเกตการณ์การปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมบุหรี่ปีค.ศ.2003 ของฮู ที่ระบุด้วยว่า บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคหัวใจที่คร่าชีวิตผู้คนในแต่ละปีไปมากกว่า 7 ล้านราย โดยอินโดนีเซีย ประเทศที่มีผู้ชายอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 76.2 เวียดนาม(ร้อยละ 47.7) และ ฟิลิปปินส์(ร้อยละ 43) เป็นประเทศที่มุ่งให้ความสนใจกับผู้สูบบุหรี่มากที่สุดในโลก ขณะที่การสูบบุหรี่ในกลุ่มชายวัยผู้ใหญ่มีหนักมากในประเทศกัมพูชา(ร้อยละ 44.1) ในลาว(ร้อยละ 56.6) มาเลเซีย(ร้อยละ 43) และ ไทย(ร้อยละ 41.4)
ด้านนายเจเรเมียส พอล ผู้ประสานงานของฮูกล่าวว่า ขณะที่การเก็บภาษีบุหรี่ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในการลดการสูบบุหรี่ ทว่ามีประเทศยุโรปเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้ในการจัดเก็บภาษีบุหรี่ค้าปลีกสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ โดยหนึ่งในเหตุผลที่มีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวน้อยเกินไปเป็นเพราะมีการโต้แย้งว่าวิธีการดังกล่าวอาจจะยิ่งทำให้เกิดการลักลอบนำเข้าบุหรี่อย่างผิดกฎหมายและมีการฟ้องร้องตามมา ขณะที่ยังเป็นการลดรายได้และการจ้างงานของภาครัฐลงด้วย

