เว็บไซต์ไอเอฟแอลไซน์ส รายงานเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาระบุว่า เซอร์ แอนดรูว์ เจ. ไวล์ส นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษวัย 62 ปี คว้ารางวัล “อาเบลไพรซ์” รางวัลอันทรงเกียรติของวงการคณิตศาสตร์ ประจำปี 2559 พร้อมรับเงินรางวัลมูลค่า 720,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 25 ล้านบาทไปครอง จากผลงานการพิสูจน์ “ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์” ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้เป็นเวลานานกว่า 300 ปีได้สำเร็จ
อาเบลไพรซ์ เป็นรางวัลที่มอบโดยราชสมาคมด้านวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์แห่งนอร์เวย์ มอบให้แก่นักคณิตศาสตร์ผู้มีผลงานดีเด่น และได้รับการขนานนามว่า “รางวัลโนเบล” ของนักคณิตศาสตร์ โดยนอกเหนือจากความภาคภูมิใจและเกียรติประวัติแล้ว ยังได้รับเงินรางวัลมูลค่า 6 ล้านโครนนอร์เวย์ หรือราว 25 ล้านบาท
ผลงานของ ไวล์ส ที่ทำให้ได้รับรางวัลดังกล่าวคือการพิสูจน์ “ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์” ทฤษฏีคณิตศาสตร์ที่คิดค้นโดย ปีแอร์ เดอ แฟร์มาต์ นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ.2180 หรือช่วงกลางกรุงศรีอยุธยา โดยทฤษฎีระบุว่า
“เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า 2 สมการ xn + yn = zn จะไม่มีจำนวนเต็มบวก x, y และ z ที่จะทำให้สมการนี้เป็นจริง”
โดยแฟร์มาต์ ระบุว่าตนสามารถพิสูจน์สมการทฤษฎีดังกล่าวได้แต่มีเนื้อที่ในหน้ากระดาษไม่พอจึงไม่ได้อธิบายไว้ และนับตั้งแต่นั้นก็ยังไม่มีนักคณิตศาสตร์คนใดสามารถพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้เลยในอีกกว่า 300 ปีต่อมา
จนกระทั่ง แอนดรูว์ เจ. ไวล์ส สามารถพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้ในช่วงปี 2536-2537 หลังการบรรยายที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักคณิตศาสตร์ไปทั่วโลก เป็นบทพิสูจน์ที่มีความยาวถึง 200 หน้า ที่นับเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีที่สร้างพัฒนาการของวงการคณิตศาสตร์ของโลก และเปิดโลกยุคใหม่ของทฤษฎีเกี่ยวกับตัวเลขเลยทีเดียว

