
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า การซ้อมรบร่วมทางอากาศครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาของกองทัพสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ที่จะมีขึ้นเป็นเวลา 5 วัน เปิดฉากขึ้นในวันเดียวกันนี้ ภายใต้ปฏิบัติการที่เรียกว่า “วิจิแลนท์ เอซ” ที่เกาหลีเหนือชี้ว่าเป็น “การยั่วยุอย่างเต็มที่” ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือประสบผลสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

กองทัพอากาศเกาหลีใต้แถลงว่า ปฏิบัติการซ้อมรบร่วมครั้งนี้จะมีอากาศยานเข้าร่วม 230 ลำ รวมถึงฝูงบินขับไล่เอฟ-22 แร็พเตอร์ เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 และทหารสหรัฐราว 12,000 นาย ร่วมซ้อมรบกับทหารเกาหลีใต้ โดยอากาศยานที่เข้าร่วมซ้อมรบทางอากาศประจำปีครั้งนี้ทั้งหมดจะบินมาจากฐานทัพทหารของสหรัฐและเกาหลีใต้รวม 8 แห่ง

ด้านสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า อาจมีเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-1บี ของสหรัฐเข้าร่วมในการซ้อมรบด้วย ทว่าโฆษกกองทัพอากาศสหรัฐไม่ยืนยันในรายงานข่าวดังกล่าว ขณะที่มีรายงานว่าการซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นภายใต้เป้าหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมและขีดความสามารถในการปฏิบัติการ และเพื่อเป็นหลักประกันสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี
เมื่อวันก่อนหน้าเกาหลีเหนือโจมตีการซ้อมรบร่วมของสหรัฐและเกาหลีใต้ครั้งนี้ว่าเป็น “การร้องขอสงครามนิวเคลียร์” ของรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเอง ท่ามกลางบรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความตึงเครียดหนักจากการทดสอบยิงขีปนาวุธฮวาซง-15 ของเกาหลีเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เกาหลีเหนือโอ้อวดว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสามารถยิงโจมตีดินแดนของสหรัฐได้ทั้งหมด
