ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐพยายามหาทางลดความตึงเครียดหลังจากที่สหรัฐมีแผนที่จะย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในอิสราเอลไปยังเมืองเยรูซาเลม ด้วยการต่อสายพูดคุยกับผู้นำอาหรับหลายคนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนเสียงตอบรับที่ทรัมป์ได้จะมีเพียงคำเตือนให้ระวังอันตรายจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา
รายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ต่อสายตรงไปยังผู้นำชาติอาหรับเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเขาตั้งใจจะย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟไปยังเมืองเยรูซาเลม แต่กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นดั่งผู้นำของชาติมุสลิมและพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ได้บอกกับทรัมป์ว่าการดำเนินการเช่นนั้นจะเป็นการกระตุ้นชาติมุสลิมทั่วโลกโกรธเคือง
การต่อสายพูดคุยกับผู้นำชาติอาหรับดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการคาดหมายว่าทรัมป์จะให้การรับรองเยรูซาเลมในฐานะเมืองหลวงของอิสราเอลในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งทรัมป์มีกำหนดที่จะกล่าวถ้อยแถลงในวันดังกล่าว
โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์มีจุดยืนที่ชัดเจนในแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้หากสหรัฐให้การรับรองว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จะทำให้สหรัฐเป็นชาติแรกที่ให้การรับรองเช่นนั้นหลังจากมีการต่อตั้งประเทศอิสราเอลเมื่อปี 2491
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐยืนยันว่า แม้จะมีแต่คนคัดค้านแต่ทรัมป์จะประกาศรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลแน่นอน อย่างไรก็ดีในส่วนของการย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐไปยังเยรูซาเลมจะยังไม่เกิดขึ้นในทันทีแต่อย่างใด

