เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป(อียู) สามารถบรรลุความตกลงที่จะเดินหน้าการเปิดการเจรจาว่าด้วยการค้าและระยะเวลาเปลี่ยนผ่านสู่การแยกตัวออกจากอียูของอังกฤษที่เรียกว่า “เบร็กซิท” แล้ว
มีรายงานว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รีบเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อพบหารือกับนายฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ในความพยายามที่จะบรรลุความเห็นพ้องร่วมกันในการเจรจา หลังเสร็จสิ้นการหารือ คณะกรรมาธิการยุโรปแถลงว่า อังกฤษได้ทำให้มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ หลังจากทั้งสองฝ่ายทำงานกันตลอดทั้งคืนเพื่อผ่าทางตันในประเด็นเกี่ยวกับสถานะของเขตแดนไอร์แลนด์
อย่างไรก็ดี นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวเตือนว่ายังคงมีความท้าทายที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้า ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าการแยกตัวเป็นเรื่องยาก แต่การแยกตัวไปพร้อมกับการสร้างสัมพันธ์กันใหม่เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า ซึ่งเรามีเวลาไม่ถึง 1 ปีสำหรับการเจรจาก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากอียูในเดือนมีนาคมปี 2019
ด้านนางเมย์กล่าวแสดงความคาดหวังว่าข้อตกลงนี้จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภายุโรปในวันที่ 14 ธันวาคมนี้
ข่าวแจ้งว่า หลังจากนี้คณะทำงานทั้งสองฝ่ายจะเริ่มทำงานในการเจรจา 2 ระยะซึ่งจะครอบคลุมกรอบเวลาในกระบวนการเบร็กซิท และ การเจรจาทางการค้าและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างอังกฤษกับอียูในอนาคต
ทั้งนี้ในร่างแนวทางกระบวนการเบร็กซิทจะใช้เวลาราว 2 ปี โดยในระหว่างนี้อังกฤษจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งในสหภาพศุลกากรและตลาดร่วมของอียู แต่อังกฤษจะไม่มีสิทธิมีเสียงโหวตหรือร่วมอยู่ในสถาบันต่างๆของอียูอีกต่อไป

