สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การแพทย์ไร้พรมแดน(เอ็มเอสเอฟ) เปิดเผยผลสำรวจที่มีการรวบรวมจัดทำขึ้นเกี่ยวกับเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ประเทศพม่าเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมระบุว่า มีชาวโรฮีนจาอย่างน้อยกว่า 6,700 คน ที่ถูกสังหารเสียชีวิตในช่วงเดือนแรกที่กองทัพพม่าใช้กำลังเข้าปราบปรามในรัฐยะไข่ หลังจากเกิดเหตุกลุ่มกบฎติดอาวุธก่อเหตุโจมตีกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของพม่าเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

เอ็มเอสเอฟระบุว่า สิ่งที่พบนี้ได้มาจากการสำรวจรวบรวมข้อมูลถึง 6 ครั้งจากชาวโรฮีนจามากกว่า 11,426 คนในค่ายผู้อพยพต่างๆรวมกัน และครอบคลุมในช่วง 1 เดือนแรกหลังเกิดวิกฤตความรุนแรงขึ้นในรัฐยะไข่ ที่ยังพบอีกว่าในจำนวนชาวโรฮีนจาอย่างน้อย 6,700 รายที่ถูกสังหารเสียชีวิตในช่วงเดือนแรกของการกวาดล้างกลุ่มกบฎในรัฐยะไข่ของกองทัพพม่านั้น มีอย่างน้อยกว่า 730 รายที่เป็นเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 5 ขวบรวมอยู่ด้วย
เอ็มเอสเอฟยังระบุอีกว่าจากการสำรวจยังทำให้รู้สึกช็อกทั้งในแง่ของการเปิดเผยของผู้อพยพชาวโรฮีนจาถึงสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตลงจากเหตุความรุนแรงในรัฐยะไข่และในแง่ของวิธีการถูกทารุณทำร้ายที่น่าหวาดกลัวจนทำให้ชาวโรฮีนจาเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยการสำรวจพบว่า บาดแผลจากการถูกยิงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวโรฮีนจาเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 69 ขณะที่ร้อยละ 9 เป็นการเสียชีวิตจากการถูกเผาทั้งเป็นภายในบ้านเรือนของชาวโรฮีนจาที่ถูกไล่เผาวอด และร้อยละ 5 ถูกทุบตีทำร้ายจนเสียชีวิต สำหรับเด็กชาวโรฮีนจาอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เกือบร้อยละ 60 เสียชีวิตหลังจากถูกยิง

เอ็มเอสเอฟระบุด้วยว่า ในช่วงที่มีการเสียชีวิตสูงสุดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างในรัฐยะไข่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีชาวโรฮีนจากตกเป็นเป้าหมายของการกวาดล้าง
ทั้งนี้วิกฤตผู้อพยพชาวโรฮีนจาเป็นปัญหาช็อกโลกหลังเกิดการกวาดล้างชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศพม่า ที่มีรายงานว่ามีการยิงสังหาร ข่มขืน จุดไฟเผาบ้านของชาวโรฮีนจา จนเป็นผลให้ชาวโรฮีนจาต้องอพยพหนีความรุนแรงออกจากพม่าไปยังบังกลาเทศแล้วมากกว่า 620,000 คน

