“เพนตากอน” รับทุ่ม 700 ล้าน ล่า “ยูเอฟโอ”

17.12.17 | 20:29 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์ และบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นางลอรา โอชัว โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา หรือ เพนตากอน ยืนยันรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทม์ส ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า เพนตากอน ใช้เงินราว 22 ล้านดอลลาร์ หรือราว 700  ล้านบาท ไปในโครงการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพบเห็น “วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติ” หรือ “ยูเอฟโอ” ที่บุคลากรของกระทรวงกลาโหมพบเห็นและไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นอะไร

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อปี 2550   ตามคำร้องขอของ นายแฮรี รีด อดีตวุฒิสมาชิกอเมริกันจากรัฐเนวาดา  พรรคเดโมแครต ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาอยู่ในเวลานั้นและให้ความสนใจในการตามหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องยูเอฟโอสูงมาก มีชื่อเรียกโครงการอย่างเป็นทางการว่า “โครงการเพื่อการบ่งชี้ภัยคุกคามทางการบินก้าวหน้า” หรือ “เอเอทีไอพี” ก่อนที่จะยุติโครงการไปเมื่อปี 2555 หรือเมื่อ 5 ปีก่อนนี่เอง โดยนางโอชัว ให้เหตุผลไว้ว่าเป็นเพราะทางเพนตากอนเห็นว่า มีประเด็นอื่นๆที่มีความสำคัญกว่าเกิดขึ้นและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงิน และทางเพนตากอนเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณดังกล่าวจะอำนวยประโยชน์สูงสุดให้เกิดขึ้น

โครงการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงรับรู้กันเพียงไม่กี่คน โดยมีเอกสารบันทึกข้อมูลของการตรวจสอบในหลายกรณี อย่างเช่น “อากาศยาน” ที่มีความเร็วสูงและมีลักษณะการบินประหลาด และ วัตถุบินที่ลอยตัวอยู่นิ่งๆ เป็นต้น ในขณะที่มีผู้สนับสนุนการดำเนินความพยายามตรวจสอบดังกล่าวนี้จำนวนหนึ่งยืนยันว่า โครงการดังกล่าวยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังคงมีเจ้าหน้าที่ประจำที่ติดตามและตรวจสอบการปรากฏของยูเอฟโอในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของเพนตากอนเองเป็นผู้รายงานการพบเห็นขึ้นมา

เมื่อมีการสอบถามทางอีเมล์ถึงข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐไม่ได้ระบุชัดเจนว่า โครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการต่อเนื่องอยู่ในเวลานี้หรือไม่ กล่าวเพียงว่า ทางกระทรวงกลาโหม ใส่ใจอย่างจริงจังต่อการคุกคามทั้งหมด และภัยคุกคามต่างๆที่มีต่อประชาชนอเมริกัน ทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกา และที่มีต่อภารกิจของกระทรวงเอง “โดยจะพิจารณาดำเนินการเมื่อมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น” นางโอชัวระบุ

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า โครงการนี้ถูกปกปิดเป็นความลับ มีผู้รับผิดชอบล่วงรู้กันเพียงไม่กี่คน และการยุติลงเมื่อปี 2555 นั้นเป็นเพียงการยุติให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่ทีมเจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบการพบเห็นปรากฏการณ์ทางการบินประหลาดๆ และวัตถุต้องสงสัยบนท้องฟ้าอยู่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกิจวัตรประจำวัน ในขณะที่อดีตคณะทำงานของสมาชิกสภาคองเกรส เปิดเผยกับรายการโพลิติโค ว่า โครงการดังกล่าวอาจถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบความคืบหน้าเชิงเทคโนโลยีการบินของประเทศคู่แข่งสำคัญของสหรัฐอเมริกาอย่าง รัสเซียและจีน

Advertisement