
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนว่า สำนักงานบริหารด้านสื่อ สิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งรัฐ (ซาร์ฟท์) ของทางการจีน สั่งระงับใบอนุญาตของบริษัทผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ เป่ยจิงแม็กซ์สกรีน ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีการฉ้อฉลในการเพิ่มยอด “บ็อกซ์ออฟฟิศ” หรือรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้เรื่องดัง “ยิปมัน 3” เป็นจำนวนหลายล้านหยวน
การกล่าวอ้างว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวสร้างรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศมากกว่า 500 ล้านหยวน (ราว 2,690) ล้านบาทในการเข้าฉาย 4 วันแรก จุดชนวนให้เกิดข้อกังขาที่ทำให้เป่ยจิงแม็กซ์สกรีนออกมายอมรับว่าทางบริษัทได้ซื้อบัตรชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเองเป็นจำนวนเงิน 56 ล้านหยวน (ราว 300 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดฉายภาพยนตร์แบบหลอกๆ มากกว่า 7,600 รอบ ที่อ้างว่ามีรายได้จากจำหน่ายบัตรในส่วนนี้ 32 ล้านหยวน โดยที่ซาร์ฟท์ได้สั่งระงับใบอนุญาตจัดจำหน่ายของเป่ยจิงแม็กซ์สกรีนเป็นเวลา 1 เดือน และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง รวมถึงได้ออกคำเตือนบริษัทขายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ 3 แห่งและโรงหนังอีก 73 โรงที่มีส่วนร่วมในการฉ้อฉลครั้งนี้ด้วย
ด้านเป่ยจิงแม็กซ์สกรีนออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทได้ “ศึกษาบทลงโทษแล้วและยอมรับทั้งหมด”
กรณีดังกล่าวนี้จุดชนวนให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับอัตราการเติบโตอย่างเจิดจรัสของรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่อเมริกาเหนือยังเป็นตลาดภาพยนตร์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่อัตราการเติบโตเริ่มชะลอตัว แต่รายได้จากการขายบัตรชมภาพยนตร์ในจีนเพิ่มขึ้นราว 44,000 ล้านหยวน (ราว 236,000 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์จากเมื่อปี 2557
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายตั๋วชมภาพยนตร์ในจีนแซงหน้าสหรัฐเป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งเป็นแรงผลักดันมาจากภาพยนต์ฮิตเรื่อง “เดอะ เมอร์เมด” และการมีวันหยุดยาวถึง 7 วันติดต่อกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เรื่องลักษณะนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมที่ยังใหม่และไม่เติบโตเต็มที่ แต่การฉ้อฉลตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศเป็นการสร้างความเสียหายให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีน ตลาดที่เสรีและมีการกำกับดูแลเป็นอย่างดีเท่านั้นจึงจะส่งเสริมให้เกิดภาพยนตร์ที่มีคุณภาพได้
