๐มองภาพรวมว่าอะไรคือความสำเร็จของการต่างประเทศไทยในปี 2560
หากพูดว่าการต่างประเทศประสบความสำเร็จหรือไม่ ตัวชี้วัดเดียวคือคุณมีเพื่อนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีเพื่อน มีคนที่พร้อมจะคบค้า อยากคบหาด้วยก็คือประสบความสำเร็จ ถ้าถูกโดดเดี่ยว ไม่มีใครอยากคบหาก็ไม่ประสบความสำเร็จ ปีที่ผ่านมา ใครๆ ก็อยากคบกับไทย ทุกคนอยากมาหา มาติดต่อในด้านต่างๆ ทุกภาคส่วนของไทย ทุกหน่วยงาน มีต่างประเทศมาเชื่อมโยงด้วยกันทั้งสิ้น นี่คือภาพใหญ่
ในส่วนของภาพเล็ก งานแต่ละอย่างของเราเกิดประโยชน์กับคนในประเทศและนอกประเทศแค่ไหน ตัวอย่างเรื่องนี้ในปีที่ผ่านมาคืองานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งอยู่กับเรามานาน พูดกันมานาน แต่ไม่เคยได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด กว้างขวาง และลึกซึ้งอย่างในปี 2560 ที่กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันในทุกวงการ และพยายามให้เกิดความลึกซึ้งในทุกภาคส่วน
การที่เราเป็นประธานกลุ่ม 77 ถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างงดงามที่ทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นที่รับรู้ของประเทศต่างๆ ในสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ถึงบทบาทของไทย เป็น 1 ปีที่ทำให้ไทยโดดเด่นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 134 ประเทศ ซึ่งอดีตอาจไม่มีความเข้าใจหรือได้สัมผัสใกล้ชิดโดยตรง แต่ปีที่แล้ว ประเทศเล็กๆ ก็รู้จักเรา รู้ว่าไทยมีภูมิปัญญาที่โดดเด่น เป็นพระอัจฉริยภาพอย่างชัดเจนจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นตัวอย่างของความสำเร็จด้านการพัฒนาอย่างหนึ่ง
ความสำเร็จอีกหลายด้านอยู่ในส่วนที่เรามีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถึงสังคมภายนอก ไม่ได้มองแค่ประโยชน์ของไทยเท่านั้น ขณะนี้เราเป็นประเทศผู้ให้แล้ว ไม่ใช่ประเทศผู้รับอย่างเดียว เรามีของดีก็ให้เขา เผื่อแผ่เขาจนคนไม่เข้าใจว่าเราทำได้อย่างไรคือเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เราเผื่อแผ่ไปยังประเทศเพื่อนบ้านบนพื้นฐานของมนุษยธรรม และยังนำแนวคิดนี้ไปผลักดันในกรอบยูเอ็นในฐานะที่ในปี 2560 ไทยเป็นประธานกลุ่มความริเริ่มด้านนโยบายต่างประเทศและสาธารณสุขโลก(Foreign Policy and Global Health Initiative – FPGH ซึ่งมีชาติสมาชิก 7 ชาติ ประกอบด้วย ฝรั่งเศส บราซิล นอร์เวย์ เซเนกัล อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และไทย) ได้เสนอข้อมติต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติจนได้มีการประกาศให้วันที่ 12 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล ซึ่งเป็นบทบาทของเราที่คนไม่รับรู้ในวงกว้าง แต่เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม
ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าเราไม่ได้ทำเพียงเพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อคนอื่น ทำในเรื่องที่เป็นสากลและเผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น ที่คนบอกว่าไทยไม่ได้คิดเรื่องสิทธิมนุษยชน เขาพูดในวงแคบมาก ทั้งที่เป็นเรื่องของคนไม่กี่คนที่ทำอะไรก้าวร้าวและทำผิดกฎหมายของเรา แต่นานาประเทศก็มองแค่คนเท่านี้แล้วบอกว่าประเทศไทยมีปัญหา เป็นเรื่องเหนือความเข้าใจว่าประเทศใหญ่ที่ประกาศตัวเป็นสากลไม่ได้มองสิ่งอื่นๆ ที่ประเทศไทยทำให้เกิดผลพวงที่สร้างสรรค์ให้กับคนส่วนใหญ่หลายสิบล้านคน น่าเสียดายที่เขาเลือกจะไม่พูด ไม่คิด แต่เราก็แสดงให้เห็นด้วยการกระทำ
อยากให้รู้ว่าบทบาททางด้านการต่างประเทศของไทยมีสิ่งเหล่านี้และอีกหลายเรื่องที่เราได้วางไว้เป็นพื้นฐานร่วมกับหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นไทยแลนด์4.0 หรือการค้าขาย ก็เป็นงานของกระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน หลายคนคิดว่าเราทำหนังสือเดินทางและดูแลทุกข์สุขของประชาชนคนไทยในต่างประเทศอย่างเดียว ความจริงสิ่งที่เราทำนั้นครอบจักรวาล ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม ทุกด้านของชีวิตที่โยงไปได้กับการต่างประเทศอยู่ในสายตาของกระทรวงการต่างประเทศทั้งสิ้น
สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงกับโลก ซึ่งทุกเรื่องก็อยู่ในความเอาใจใส่ของการดำเนินการด้านต่างประเทศของไทย โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พูดได้ว่าไม่มีเรื่องใดที่เราละเลยไม่นำขึ้นมาพิจารณา เพราะงานด้านต่างประเทศอยู่ในทุกมิติและทุกอณูของชีวิตของการดำเนินการในทุกๆ นโยบาย
ข้อสำคัญสุดท้ายคือเราต้องรับรู้ว่า วันนี้และวันหน้ามีความเชื่อมโยงของการส่งผ่านภารกิจ ผู้ที่จะรับช่วงภารกิจในวันข้างหน้าต้องมีความพร้อมซึ่งไม่ได้หมายถึงบุคลากรของกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น แต่ความพร้อมนั้นต้องอยู่ในทุกแวดวงและทุกภาคส่วน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในใจกระทรวงการต่างประเทศมาตลอดและเป็นเหตุให้เราริเริ่มโครงการยุวทูตความดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นตั้งแต่ 18 ปีก่อน เพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคน
๐พอใจกับพัฒนาการด้านการต่างประเทศในปีที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะดูจะมีสัญญานบวกในหลายๆ เรื่อง
แน่นอน สถานการณ์การเมืองในประเทศทั้งหลายที่พัฒนามาเป็นปัจจัยให้นานาประเทศที่จับจ้องได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นพัฒนาการในทางบวกที่เขาเห็นว่ามาถูกเส้นทางแล้ว เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยและต่อเขาเอง ได้เห็นการปรับท่าทีและการปรับทัศนคติใหม่ของเขาเอง ซึ่งสะท้อนออกมาจากนโยบายที่จะกระชับความร่วมมือกับไทยมากขึ้น ในทุกหนทุกแห่งและทุกภาคส่วน ทั้งสหรัฐ ยุโรป และกลุ่มประเทศในภูมิภาคสำคัญอื่นๆ ทุกคนรับรู้ถึงบทบาทของไทย
เรายังมีบทบาทในอีกหลายๆ เรื่อง แต่หลายเรื่องราวไม่ใช่เรื่องที่จะต้องพูดกันมาก เราเป็นประเทศที่มีบทบาทนำและมีส่วนช่วยเหลือสังคมโลกทั้งในกรอบใหญ่และกรอบอนุภูมิภาค เราไม่ได้นั่งเฉยอยู่ในเวทีต่างๆ แต่เราดำเนินบทบาททั้งแบบเปิดเผย ทั้งในทางลับ และแนบเนียน เราเป็นประเทศที่รู้จักกาละเทศะ มีค่านิยมและวัฒนธรรมแบบไทยที่หลายๆ ครั้งเราก็นำไปใช้ประโยชน์
๐ประเมินสถานการณ์ความท้าทายด้านต่างประเทศก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าอย่างไร
สถานการณ์ในประเทศกับต่างประเทศนั้นต้องสอดประสานและต้องเอื้อเกื้อกูลกันจึงจะทำให้การเดินของประเทศสง่างามและมั่นคง ด้านต่างประเทศเราทำกันอยู่ ทำอย่างเต็มที่ และต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์และมุมมองที่ไม่ได้มองแค่วันหรือเดือนข้างหน้า แต่มองไปไกล
การทำงานโดยมีพื้นฐานเช่นนั้นและด้วยความคิดรอบคอบบวกกับดีเอ็นเอของคนไทย ทำให้เชื่อว่างานแต่ละชิ้นแต่ละภารกิจที่เห็นกันอยู่จะเดินไปอย่างมั่นคงปลอดภัย และนำประโยชน์กลับสู่ประชาชนคนไทย
สิ่งที่สำคัญคือเราต้องไม่สูญเสียจุดยืน แม้ที่ผ่านมาจะเดินไปด้วยดี แต่เราต้องเกาะติดกับทุกสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต้องใช้วิจารณญาณที่ดี และต้องมีสติตื่นตัวกับทุกเรื่องราวซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ
อย่างไรก็ดีการจะทำให้เกิดความสำเร็จครบถ้วนต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะที่สุดแล้วต้องมีการสอดประสานกันเพื่อให้ประเทศไทยเดินไปได้อย่างอาจหาญ การเมืองในประเทศและการต่างประเทศต้องเกื้อกูลกันอย่างเหมาะเจาะ และเสริมซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ประเทศไทยอยู่อย่างสง่างามบนโลกใบนี้
เรามักจะพูดว่าเราเสียเวลา 1 ทศวรรษไปกับความขัดแย้งภายในประเทศที่ฉุดให้เราเป็นแบบนั้น ถ้าเราอยากให้ประเทศมีความั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประชาชนจะได้อานิสงค์อย่างเต็มที่ เราก็ต้องทำให้งานในประเทศและต่างประเทศบรรจบกันเป็นเหมือนฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าร่วมกันต่อไป
แผนแม่บทด้านการต่างประเทศระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580)
“เราอธิบายการดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วยหลัก ‘5S’ และ ‘5มี’ ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติได้ชัดเจนและเป็นระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการทำงาน ถ้ามอง ณ วันนี้จะเห็นว่าจุดมุ่งหมายและแกนหลักของการทำงานด้านต่างประเทศอยู่ในนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนที่เป็นหัวใจของทุกเรื่องราว”


