จากเหตุระเบิดโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินเมลบีค กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงประเทศเบลเยียม เมื่อเช้าวันที่ 22 มีนาคม ตามเวลาในท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 230 คน โดยรักษาความปลอดภัยรอบอาคารสาธรสแควร์ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ยังมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงการณ์ประณามและแสดงจุดยืนในการร่วมกันต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้ายไอซิสนั้น
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.ต.ต.ทรงพล วัฒนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการข่าวด้านความมั่นคงยังไม่มีข้อมูลว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยตำรวจได้หารือร่วมกับทูตเบลเยียมประจำประเทศไทยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทูตเบลเยียมได้แสดงความขอบคุณที่ไทยมีความห่วงใยประชาชนชาวเบลเยียมเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่ตำรวจตื่นตัววางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นเหตุจากกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะร่วมต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่เป็นการดูแลความปลอดภัยตามหลักการภายหลังเกิดเหตุความไม่สงบ
ด้านพล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ออกมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยตรวจบุคคล และเอกสารของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้มอบหมายให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยสนามบินนานาชาติ ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง , หาดใหญ่ จ.สงขลา, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และเชียงราย อย่างไรก็ตาม ฝากประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่ต่างประเทศเนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง หรือแสดงตนเป็นศัตรูกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้มอบหมายสั่งการให้กองบังคับการปราบและกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังร่วมกันในด้านการหาข่าวและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างละเอียดแล้ว
พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.ป. กล่าวว่า กองปราบปรามเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลโดยจัดตั้งเป็นศูนย์ข้อมูลคดีอาชญากรรมข้ามชาติ รวบรวมข้อมูลคดีต่างๆโดยข้อมูลต่างๆ จะได้รับจาก บก.ต่างๆ ในสังกัด บช.ก.จากตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล รวมทั้งสถานทูตต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ โดยคลังข้อมูลมีการรวบรวมและจำแนกแผนประทุษกรรมของคนร้ายไว้ 18 ประเภท รวมทั้งได้รวบรวมความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสากล ทั้งนี้กรณีดังกล่าวก็มีการเฝ้าระวังและประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในเรื่องของการดูแลนักท่องเที่ยวนั้นทางกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวและทางท่าอากาศยานได้ใช้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับ 3 โดยเน้นการตรวจตราสัมภาระนักท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราโดยรอบท่าอากาศยาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่คู่ขัดแย้งหรือเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้าย แต่ทางการไทยจะเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไปพัฒนามาตรการเฝ้าระวังระดับการรักษาความปลอดภัย โดยเน้นการปรับระดับรักษาความปลอดภัยภายในท่าอากาศยานจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลก อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งทุกหน่วยงานมีความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ขอให้นักท่องเที่ยวสบายใจ และเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทย

