หน้าแรก ต่างประเทศ ออกซ์แฟมจวกระ...

ออกซ์แฟมจวกระบบ ศก.โลก ทำรวยกระจุก จนกระจาย

22.01.18 | 15:51 น.
FILE PHOTO: REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกประจำปี 2560 จัดทำโดยองค์การบรรเทาทุกข์ “ออกซ์แฟม” เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มกราคมชี้ว่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในปี 2560 มากถึง 82 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นเงิน 4 ในทุกๆ 5 ดอลลาร์สหรัฐนั้นได้ไปตกอยู่ในกระเป๋าของกลุ่มคนร่ำรวยที่สุดในโลกที่มีจำนวนเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนกลุ่มคนยากจนที่สุดที่มีจำนวน 3,700 ล้านคน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรโลกกลับไม่ได้อะไรเลย

รายงานซึ่งมุ่งสะท้อนสภาพของระบบเศรษฐกิจโลกที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มอภิมหาเศรษฐี หรือพวกซุปเปอร์ริช แต่กลับละเลยต่อคนยากจนที่เป็นแรงงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชิ้นนี้ เปิดเผยออกมาในขณะที่ผู้นำนานาประเทศและผู้นำในแวดวงธุรกิจโลกกำหนดเดินทางมารวมตัวกันในการประชุมด้านเศรษฐกิจ-ธุรกิจประจำปี เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้ ในรายงานยังระบุอีกว่า จากการศึกษาพบว่าจำนวนมหาเศรษฐีเกิดใหม่ยังเพิ่มขึ้นในทุกๆ 2 วัน ช่วงระหว่างเดือนมีนาคมปี 2559 ถึงเดือนมีนาคมปี 2559 ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา บุคคลร่ำรวยที่สุดเพียง 3 คน มีจำนวนทรัพย์สินเท่ากับทรัพย์สินของกลุ่มคนยากจนทั้งหมดในโลกรวมกัน

นอกจากนี้ยังพบว่าหัวหน้าผู้บริหารของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นระดับโลก 5 แบรนด์ดัง ทำงานเพียงแค่ 4 วัน ได้รับผลตอบแทนมากกว่าคนงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้าในประเทศบังกลาเทศที่ทำงานหาเลี้ยงชีพมาตลอดทั้งชีวิต

“รายงานเผยให้เห็นว่าเศรษฐกิจของเราให้รางวัลแก่คนรวยมากกว่าคนหลายล้านคนที่ทำงานกันอย่างหนัก คนที่อยู่บนสุดรวยแล้วยิ่งรวยขึ้นอีก ส่วนหลายล้านคนที่อยู่ล่างสุดก็ติดอยู่ในกับดักค่าจ้างสุดอัตคัด” วินนี ไบอันยีมา ผู้อำนวยการบริหารของออกซ์แฟมกล่าว

ออกซ์แฟมยังชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของค่าจ้างผลตอบแทนและความมั่นคงในการทำงาน ที่ผู้หญิงได้รับน้อยกว่าผู้ชาย และยังชี้ว่า 9 ใน 10 ของมหาเศรษฐีเป็นผู้ชาย

Advertisement

ในรายงานของออกซ์แฟมยังเรียกร้องให้รัฐบาลนานาชาติแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก โดยในการต่อสู้กับปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้น ได้เรียกร้องให้รัฐบาลนานาชาติจำกัดผลตอบแทนที่เหล่าผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนได้รับ ให้ลบช่องว่างของการจ่ายค้าจ้างผลตอบแทนที่ไม่เท่าเทียมกัน ปราบปรามการหลบเลี่ยงภาษี และเพิ่มงบประมาณด้านประกันสุขภาพและการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น