“รอยเตอร์” ชี้ผู้นำชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้สูตร “ทรัมป์” อ้าง “ข่าวปลอม” งัดกม.ปิดปากสื่อ

22.01.18 | 18:05 น.
รอยเตอร์

บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าด้วยเรื่อง “ข่าวปลอม” ถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนของผู้นำชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการควบคุมสื่อ เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มกราคมชี้ว่า รัฐบาลของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประวัติการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศในการควบคุมสิทธิเสรีภาพสื่อ แต่ตอนนี้พวกเขาพบเครื่องมือสนับสนุนที่เหมาะกว่าคือการใช้สูตรเดียวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการตราหน้าว่าเป็น “ข่าวปลอม” เพื่อที่จะใช้กฎหมายที่มีอยู่หรือการออกกฎหมายใหม่ออกมาจัดการกับองค์กรสื่อต่างๆที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตน

รอยเตอร์ระบุว่า สิ่งที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสื่อห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งคือหลายๆประเทศกำลังสนับสนุนการออกกฎหมายใหม่หรือขยายกฎระเบียบที่มีอยู่ให้ครอบคลุมในการทำให้การเผยแพร่ตีพิมพ์ข่าวปลอม เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สิ่งที่น่ากลัวก็คือแทนที่จะมีการมุ่งเน้นจัดการกับเนื้อหาข่าวปลอมที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ผู้นำเผด็จการเหล่านี้จะใช้กฎหมายใหม่ในการพุ่งเป้าจัดการต่อองค์กรสื่อที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล


ฌอน คริสพิน ผู้แทนจากคณะกรรมการปกป้องผู้สื่อข่าว(ซีพีเจ) ให้ความเห็นว่า เมื่อผู้นำสหรัฐอเมริกามุ่งหมายต่อการรายงานข่าวขององค์กรสื่อที่ถูกกฎหมายว่าเป็นข่าวปลอม นี่เป็นการเปิดทางให้ผู้นำต่างๆทั่วโลกทำแบบเดียวกัน นี่เป็นแนวโน้มที่อันตรายที่ให้อำนาจระบอบเผด็จการและประชาธิปไตยใช้เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมในการพุ่งเป้าจัดการหรือสั่งปิดสื่อที่นำเสนอรายงานข่าวที่พวกเขาไม่ชอบ

บทวิเคราะห์ของรอยเตอร์ยังหยิบยกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่รัฐบาลตราหน้าสื่อว่าเป็นข่าวปลอม เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ในสัปดาห์ที่แล้วได้มีการยึดใบอนุญาตของ แร็ปเปลอร์ เว็บไซต์ข่าวในฟิลิปปินส์ หลังจากออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามปราบยาเสพติดของรัฐบาลประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า เว็บไซต์นี้เป็น สื่อปลอม โดยนายดูแตร์เตยังปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบในการยึดใบอนุญาตสื่อจากแร็ปเปลอร์แต่อย่างใด

ขณะที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มักกล่าวหาสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าเผยแพร่ข่าวปลอม โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศให้รางวัลข่าวปลอมแก่องค์กรสื่อชั้นนำต่างๆที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับตนเองในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ โดยสมเด็จฯฮุน เซน กล่าวว่า สื่อแบบนี้ในกัมพูชาก็มีเช่นกัน

Advertisement

ในส่วนของประเทศไทย รอยเตอร์ระบุว่า ไทยมีกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ ที่ภายใต้กฎหมายนี้การเผยแพร่ข่าวปลอม มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเตือนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดภายใต้กฎหมายต่อ”ข่าวปลอมและการพูดที่สร้างความเกลียดชัง”

ในมาเลเซีย นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าใช้สื่อในการเผยแพร่ข่าวปลอมกรณีอื้อฉาวทุจริตกองทุน 1เอ็มดีบี ที่มีชื่อของนายนาจิบมีส่วนพัวพันอย่างสำคัญด้วย และในประเทศพม่า รัฐบาลได้โจมตีองค์กรสื่อว่าเป็น ข่าวปลอม ในการนำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารของกองทัพในรัฐยะไข่ ที่เป็นผลให้ชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในพม่า ต้องหนีภัยความรุนแรงอพยพเข้าไปยังประเทศบังกลาเทศมากกว่า 650,000 คน นับจากเหตุความรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา