เว็บไซต์เดอะการ์เดียนรายงานเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า ชายชาวแคลิฟอร์เนีย ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบกินแซลมอนดิบต้องเดินทางไปโรงพยาบาล หลังพยาธิตัวตืดยาวกว่า 5 ฟุตหลุดออกจากก้นขณะถ่ายหนัก
เคนนี บานห์ แพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเมืองเฟรสโน ระบุว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ เดินหิ้วถุงที่ใส่แกนทิชชู่ที่มีพยาธิตัวยาวพันอยู่รอบๆ มาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาพยาธิในร่างกาย

รายงานระบุว่าชายรายดังกล่าวมีอาการท้องร่วงและถ่ายเป็นเลือด โดยระหว่างถ่ายได้มองลงไปเห็นสิ่งที่คิดว่าจะเป็นลำไส้ของตัวเองห้อยออกมาจากก้น ชายรายนี้ตัดสินใจดึงวัตถุดังกล่าวออกมาก่อนพบว่ามันสามารถเคลื่อนไหวได้ จึงรู้ว่าเป็นพยาธิ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนกลายเป็นข่าวเนื่องจากนายแพทย์บานห์ได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวกับรายการที่ถ่ายทอดทางพอดแคสต์ โดยบานห์ระบุว่า ตนได้นำพยาธิตัวดังกล่าววางบนผ้าของห้องฉุกเฉินและวัดความยาวได้ถึง 5 ฟุต 6 นิ้ว หรือกว่า 1 เมตรครึ่ง
บานห์ระบุว่า คนไข้รู้สึกมีบางสิ่งขยับอยู่ในท้องอยู่นานหลายเดือนแต่คนไข้คิดว่าเป็นเพียงแก๊สในระบบทางเดินอาหารเท่านั้น ขณะที่แพทย์ได้ให้ยาฆ่าพยาธิกับชายคนดังกล่าว ขณะที่บานห์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวยอมรับว่าชอบกินปลาดิบ โดยเฉพาะแซลมอนดิบเกือบทุกวัน
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2560 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ออกแถลงการณ์เตือนความเสี่ยงที่จะพบตัวอ่อนพยาธิที่อาจเติบโตเป็นพยาธิตัวตืดได้ในแซลมอนจากมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงปลาแซลมอนจากอะแลสกา ที่เป็นที่นิยมในสหรัฐและหลายที่ในโลก โดยแนะนำว่าควรรับประทานแซลมอนปรุงสุก หรือหากเป็นแซลมอนสดก็ควรเป็นแซลมอนแช่แข็ง ขณะที่ตัวอ่อนสามารถอยู่รอดได้ในแซลมอนที่นำมาทำอาหารในแบบไม่ได้มาตรฐานและอาจนำตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ทางเดินอาหารของมนุษย์ได้

