หน้าแรก ต่างประเทศ เชื่อกันไหม? ...

เชื่อกันไหม? ‘ทรัมป์’ บอกนโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ ไม่ได้หมายความว่าอเมริกามาเพียงลำพัง

27.01.18 | 09:33 น.
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงที่ดาวอส / AFP

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ย้ำกับผู้นำภาคธุรกิจระหว่างขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวทีเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า เขาจะยึดมั่นในนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนเสมอเมื่อพูดถึงประเด็นด้านการค้า อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยืนยันว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าอเมริกาจะอยู่เพียงลำพัง


ทรัมป์ย้ำว่า สหรัฐยังคงเป็นประเทศเปิดกว้างสำหรับการทำธุรกิจ พร้อมกับโจมตีมาตรการทางการค้าที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบกัน และเตือนคู่ค้าว่าสหรัฐจะไม่ยอมทนต่อการค้าที่เป็นไม่เป็นธรรม

ทรัมป์ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมดังกล่าวซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมโลกาภิวัตน์และความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งดูจะสวนทางกับนโยบายหลักที่เขาใช้ในการรณรงค์หาเสียงคือนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่เน้นการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐด้วยการป้องกันผู้ผลิตในประเทศจากคู่แข่งข้ามชาติ

ประธานาธิบดีสหรัฐยังกลาวชื่นชมความสำเร็จหลายประการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีแรกของการดำรงตำแหน่งของเขา ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และอัตราการว่างงานที่ลดน้อยลง พร้อมกับยืนยันว่าขณะนี้สหรัฐน่าสนใจมากที่สุดสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

Advertisement

“ผมมาที่นี่เพื่อมาส่งสารที่ง่ายๆ ว่าไม่เคยมีช่วงเวลาที่ดีกว่านี้ที่จะจ้างงาน สร้าง ลงทุน และเติบโตในสหรัฐ เราเปิดกว้างสำหรับการทำธุรกิจและกลับมามีความสามารถในการแข่งขันอีกครั้ง” ทรัมป์กล่าว และว่า ด้วยการเติบโตที่เข้มแข็งเศรษฐกิจสหรัฐ เขาจึงขอเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้นำเงิน งาน และธุรกิจไปยังอเมริกา

อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่เพิ่งเปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัว โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 2.6% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 3.2% แต่อัตราการเติบโตในภาพรวมทั้งปีอยู่ที่ 2.3% เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ 1.5% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ทรัมป์เคยประกาศก่อนหน้านั้นที่ 3%

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการค้าโลกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและมีการต่างตอบแทน พร้อมกับกล่าวหาบางประเทศซึ่งไม่ระบุชื่อว่าดำเนินมาตรการการค้าที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งรวมถึงการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการที่ภาครัฐเข้าไปให้ความช่วยเหลือกับอุตสาหกรรมบางประเภท

ผู้นำสหรัฐยังประกาศด้วยว่า เขาสนใจการเจรจาข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศที่ลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(ทีพีพี) ซึ่งเขาประกาศถอนตัว อย่างไรก็ดีการพิจารณาเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงการค้าแบบทวิภาคีดังกล่าวจะขึ้นกับหลักการที่ว่า การเจรจานั้นต้องเป็นผลประโยชน์ของสหรัฐเท่านั้น

หลังขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวทีดาวอสครั้งแรก ทรัมป์ทวีตข้อความว่า ถ้อยแถลงของเขาเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพของเศรษฐกิจสหรัฐได้รับการตอบรับด้วยดี หลายคนที่ได้พบบอกว่าจะมาลงทุนในสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ผู้เข้าร่วมประชุมกลับส่งเสียงโห่เมื่อทรัมป์กล่าวโจมตีสื่อ และย้ำข้อกล่าวหาของเขาที่ว่าสื่อนำเสนอข่าวเท็จระหว่างช่วงถามตอบหลังการกล่าวถ้อยแถลงยุติลง โดยทรัมป์กล่าวว่า ในฐานะนักธุรกิจ เขาปฏิบัติต่อสื่อด้วยดีมาโดยตลอด จนกระทั่งเขามาเป็นนักการเมืองจึงเข้าใจว่าสื่อนั้นคุกคาม เป็นอันตราย โหดร้าย ชั่วช้า และสร้างเรื่องได้เพียงไร