สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศูนย์ควบคุมโรคไนจีเรีย (เอ็นซีดีซี) แถลงเมื่อวันที่ 31 มกราคมว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไข้ลัสสาในประเทศไนจีเรียทั้งสิ้น 21 ราย
โดยเอ็นซีดีซี ได้ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2018 มีผู้ที่ยืนยันว่าติดเชื้อ 77 ราย และอีก 3 รายเข้าข่ายอาจจะติดเชื้อ ในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 21 ราย โดยมีรายงานพบผู้ป่วยไข้ลัสสาใน 13 รัฐ จากทั้งหมด 36 รัฐ และมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขติดเชื้อ 10 ราย
ข่าวระบุว่า ไข้ลัสสา มาจากชื่อเมืองลัสสา ทางตอนเหนือของประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นเมืองแรกที่พบเชื้อเมื่อปี ค.ศ.1969 โดยไข้ลัสสา จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับไวรัสมาร์เบิร์ก และอีโบลา ไวรัสรายที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้ อาเจียน และในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด จะทำให้เกิดการตกเลือด ซึ่งเชื้อไข้ลัสสา สามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสอาหาร หรือเครื่องใช้ภายในบ้านที่ปนเปื้อนฉี่หรือขี้หนู หรือหลังจากสัมผัสกับสารตัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ
อย่างไรก็ตาม การป้องกันสามารถทำได้โดยการรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหนู และทำให้บ้านเรือนสะอาด
โดยเมื่อปี 2016 มีผู้เสียชีวิตจากไข้ลัสสาในประเทศไนจีเรียกว่า 100 คน และกลายเป็นหนึ่งในโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดของไนจีเรีย ซึ่งพบการระบาดใน 14 รัฐ

