รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศอังกฤษได้ขายสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในกรุงเทพแล้วเป็นเงิน 420 ล้านปอนด์หรือ 18,600 ล้านบาท นับเป็นการขายทรัพย์สินของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ และนับเป็นข้อตกลงขายที่ดินที่มูลค่าสูงในประวัติศาสตร์ไทยด้วย โดยเงินที่ได้จากการขายสถานทูตครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการซ่อมแซมสถานทูตของอังกฤษทั่วโลก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษระบุว่า อังกฤษจะย้ายสถานทูตไปยังอาคารเอไอเอสาธรทาวเวอร์ตึกสูงที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 2562 ภายใต้สัญญาเช่านาน 15 ปี โดยการย้ายนั้นจะมีขึ้นหลังการขายพื้นที่ดังกล่าวให้กับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล และฮ่องกงแลนด์ ซึ่งเป็นเครือข่ายของบริษัทจาร์ดีน เมเธอสัน กรุ๊ป ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ารูปปั้นของควีนวิคตอเรียจะยังคงอยู่ในพื้นที่ของสถานทูตเดิม แต่จะมีการเคลื่อนย้ายอนุสรณ์สถานสงครามไปยังที่ตั้งแห่งใหม่
นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษเป็นผู้เล่นหลักในเวทีระหว่างประเทศ และเขาต้องการรับประกันว่านักการทูตอังกฤษจะมีเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการทำงานในสถานที่ที่เหมาะสม ปลอดภัย และทันสมัย ซึ่งไม่เพียงแต่หมายถึงที่ในกรุงเทพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่อื่นๆ ทั่วโลก
“กลุ่มคนทำงานของเราในกรุงเทพฯจะย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่อันทันสมัยภายในปี 2562 ซึ่งนั่นจะเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยสนับสนุนความเชื่อมโยงทางการค้าและความสัมพันธ์ทวิภาคีในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาค” รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษระบุ
รายได้จากการขายสถานทูตอังกฤษในกรุงเทพครั้งนี้มีมูลค่าถึงเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณประจำปีที่กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษได้รับที่ 1,200 ล้านปอนด์ หรือราว 53,000 ล้านบาท ต่อปี โดยเงินที่ได้มาจะถูกนำไปใช้ในโครงการปรับปรุงสถานทูตมากถึง 30- 40 โครงการ เช่นการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มการปกป้องภัยที่อาจเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวในสถานทูตอังกฤษทั่วโลก อาทิ การปรับปรุงสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในฝรั่งเศส และอียิปต์ ตลอดจนการซื้อสถานทูตใหม่ในอินเดียด้วย
ทั้งนี้สถานทูตอังกฤษในกรุงเทพซึ่งก่อสร้างในสไตล์โคโลเนียลถูกสร้างขึ้นในปี 2465 หลังจากที่รัฐบาลอังกฤษได้ซื้อที่เกือบ 23 ไร่ชานเมืองกรุงเทพ ซึ่งได้กลายเป็นย่านการค้าและแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพในปัจจุบัน

